ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยต้อนรับปี 2569 อย่างแท้จริง เมื่อค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ได้ออกมาประกาศการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 4 ปี ด้วยการประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าขวัญใจมหาชนอย่าง “GWM ORA Good Cat” อย่างเป็นทางการ การประกาศในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปิดฉากรถยนต์รุ่นประวัติศาสตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ “Good Cat Fever” ไปทั่วบ้านทั่วเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ของ GWM ในประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการบริการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา GWM ORA Good Cat ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยสามารถสร้างยอดขายสะสมได้สูงถึง 20,827 คัน ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถิติยอดขาย แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายนี้ ความสำเร็จของ ORA Good Cat ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ GWM สามารถประกาศความพร้อมในการเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า เดิมทีรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ผู้จุดประกาย” หรือ BEV Phenomenon และมันก็ได้ทำหน้าที่นั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม การยุติการจำหน่ายในครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการถอยทัพ แต่เป็นการ “ผลัดใบ” เพื่อเปิดทางให้กับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดยิ่งขึ้น ทาง GWM ได้เตรียมแผนรองรับด้วยการเตรียมเปิดตัว “GWM ORA 5 SUV” เข้ามาทำตลาดแทนที่ พร้อมกับกองทัพรถยนต์รุ่นใหม่อีกอย่างน้อย 5 รุ่นที่จะทยอยเปิดตัวภายในปี 2569 นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ที่มุ่งตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ นี่คือกลยุทธ์เชิงรุกที่แสดงให้เห็นว่า GWM กำลังยกระดับตัวเองจากการเป็นเพียงผู้เล่นหน้าใหม่ สู่การเป็นแบรนด์หลักที่ครองใจคนไทยในระยะยาว
บทวิเคราะห์ความสำเร็จและการเปลี่ยนผ่านตามนโยบาย EV 3.0
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ยานยนต์ การยุติการจำหน่าย ORA Good Cat ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะรถยนต์รุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้านำเข้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ โดย ORA Good Cat ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทย และยังเป็นรุ่นแรกที่ส่งออกจากฐานการผลิตในไทยไปยังตลาดระดับโลกอย่างออสเตรเลียและบราซิล การยุติการผลิตและจำหน่ายในช่วงเวลานี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ GWM ได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตและจำหน่ายชดเชยตามมาตรการ EV 3.0 ของภาครัฐได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา
ความสำเร็จของ ORA Good Cat สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ (Demand) ที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคไทยต่อรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าย้อนกลับไปดูสถิติในปี 2565 รถรุ่นนี้สามารถครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้ายอดขายอันดับ 1 ของไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่ใส่มาให้อย่างครบครัน แม้เวลาจะผ่านไป แต่ดีไซน์ของ ORA Good Cat ก็ยังคงดึงดูดสายตาและสร้างความรู้สึกเหมือนรถใหม่ได้เสมอ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มูลค่าแบรนด์ของ ORA แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในระยะเวลาอันสั้น
การตัดสินใจยุติการจำหน่ายเพื่อเปิดทางให้ GWM ORA 5 SUV จึงเป็นการขยับตัวเพื่อหนีจากสงครามราคาและการแข่งขันที่ดุเดือดในเซกเมนต์เดิม ไปสู่เซกเมนต์ใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่าอย่างกลุ่ม SUV การเปลี่ยนแปลงไลน์ผลิตภัณฑ์ (Product Lineup Refresh) เป็นกลยุทธ์ปกติของค่ายรถยนต์ระดับโลกเพื่อกระตุ้นตลาด แต่สำหรับ GWM ในบริบทของประเทศไทย มันคือการประกาศว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะนำเสนอเทคโนโลยีเจเนอเรชันถัดไป การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ ยังเป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่สำคัญว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขายและบริการของ GWM ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

เมื่อ “แมวดี” ไม่อยู่ แล้วลูกค้าเก่าจะอยู่อย่างไร?
ประเด็นที่ผู้ใช้งาน ORA Good Cat กว่า 20,000 ราย และผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามือสองมีความกังวลมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของ “อะไหล่” และ “การดูแลรักษา” เมื่อรถรุ่นนี้เลิกจำหน่ายไปแล้ว ทาง TheEVcar.com ได้เจาะลึกข้อมูลในส่วนนี้พบว่า GWM ได้วางแผนรับมือเรื่องนี้ไว้อย่างรัดกุมเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า หรือ Brand Loyalty เอาไว้อย่างเหนียวแน่น โดยผู้บริหารยืนยันหนักแน่นว่าจะยังคงดูแลลูกค้า ORA Good Cat ทุกท่านด้วยบริการหลังการขายที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าเจ้าของรถจะไม่ถูกลอยแพอย่างแน่นอน
ไฮไลท์สำคัญที่สุดที่ทาง GWM งัดออกมาเพื่อสยบความกังวล คือการเปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” แคมเปญนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายครั้งสำคัญของวงการรถยนต์จีนในไทย โดยมีเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม คือทางศูนย์บริการรับประกันว่าจะสามารถจัดหาอะไหล่ได้ภายในระยะเวลา 7 วัน นับจากวันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อม นี่คือจุดขายใหม่ที่ GWM ใช้เพื่อลบภาพจำเดิมๆ เกี่ยวกับการรออะไหล่รถยนต์ไฟฟ้านาน และเป็นการประกาศสงครามด้านบริการกับคู่แข่งรายอื่นอย่างเต็มตัว
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือมาตรการเยียวยาหากทำไม่ได้ตามสัญญา หาก GWM ไม่สามารถจัดหาอะไหล่ได้ภายใน 7 วันตามที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชยทันที การนำระบบคะแนนมาใช้เป็นเครื่องมือในการชดเชยความพึงพอใจ (Compensation Strategy) สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ในมุมของความปลอดภัยและการใช้งานระยะยาว ORA Good Cat ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านบททดสอบจริงมาตลอด 4 ปี ทั้งในเรื่องโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้า และความปลอดภัยของแบตเตอรี่ที่ผ่านเหตุการณ์จริงทั้งรถตกน้ำและไฟไหม้มาแล้ว โดยยังสามารถปกป้องชีวิตผู้ขับขี่ได้ ซึ่งได้รับการการันตีด้วยรางวัลความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากทั้ง EURO NCAP และ ANCAP ดังนั้น ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ทั้งเรื่องความปลอดภัยของตัวรถและความมั่นคงของอะไหล่ในระยะยาว
บทใหม่ของ GWM สู่การเป็นแบรนด์ที่คนไทยไว้ใจที่สุด
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะกลไกตลาด แต่มาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของผู้นำองค์กร นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้กล่าวถ้อยแถลงสำคัญที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และทิศทางในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขายกย่องให้ ORA Good Cat เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง
“ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกคนที่ได้ให้การสนับสนุน GWM ORA Good Cat มาตลอดระยะเวลา 4 ปี รถยนต์รุ่นนี้คือไอคอนของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของเรา ความสำเร็จตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้วัดแค่ยอดขาย แต่คือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเรา GWM ORA Good Cat ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และผลักดันให้ GWM เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมและประสบการณ์การใช้งานให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม” — เวย์น โจว, กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand)
คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่า GWM ไม่ได้มองความสำเร็จเพียงแค่ตัวเลขยอดขาย 20,827 คัน แต่พวกเขามองไปถึง “Trust” หรือความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เป้าหมายสูงสุดของ GWM ในปี 2569 และปีต่อๆ ไป คือการก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และเป็นอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขาย การเตรียมนำ GWM ORA 5 SUV ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเข้ามาทำตลาด คือก้าวต่อไปที่จะมาสานต่อภารกิจนี้ โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ในทุกมิติ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
เจาะลึกศักยภาพองค์กร: ความแข็งแกร่งระดับโลกสู่ความมั่นใจในไทย
เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค ข้อมูลพื้นฐานของบริษัทแม่ GWM ในระดับโลกถือเป็นเครื่องการันตีความมั่นคงได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน GWM ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเป่าติ้ง ประเทศจีน และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 70,000 คน และเครือข่ายการขายกว่า 1,000 แห่งใน 170 ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงสายป่านทางการเงินและทรัพยากรที่มหาศาล
ในด้านยอดขาย GWM มียอดขายรถยนต์มากกว่า 1 ล้านคันต่อปี ติดต่อกันมาเป็นเวลาถึง 9 ปีแล้ว และหากดูเฉพาะยอดขายในตลาดต่างประเทศ (นอกประเทศจีน) ในปี 2567 มียอดสูงกว่า 453,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 43.39% ตัวเลขที่น่าตกใจคือ ภายในเดือนตุลาคม 2568 GWM มียอดขายสะสมในตลาดต่างประเทศทะลุ 2 ล้านคันไปเป็นที่เรียบร้อย ตัวเลขเหล่านี้คือหลักประกันชั้นดีว่า GWM มีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลตลาดประเทศไทยในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการป้อนอะไหล่ การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการนำเข้ารถรุ่นใหม่ๆ
สรุปแล้ว การยุติการจำหน่าย ORA Good Cat อาจดูเหมือนการจบลงของรถยนต์รุ่นหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง มันคือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมของ GWM ในประเทศไทย ด้วยสินค้าใหม่ที่ทันสมัยกว่าอย่าง ORA 5 SUV และมาตรการดูแลลูกค้าเก่าที่เข้มข้นอย่างการรับประกันอะไหล่ 7 วัน นี่คือเกมธุรกิจที่วางแผนมาอย่างดี เพื่อรักษาฐานที่มั่นในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
#GWM #GWMThailand #GWMORA #ORAGoodCat #GWMORA5 #ORA #EVNews #ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า #เศรษฐกิจยานยนต์ #TheEVcar

