Zeekr เรียกคืนรถ 3.8 หมื่นคัน แบตเตอรี่เสี่ยงลุกไหม้ ทั่วโลกจับตา

Zeekr เรียกคืนรถ 3.8 หมื่นคัน แบตเตอรี่เสี่ยงลุกไหม้ ทั่วโลกจับตา

Zeekr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในเครือ Geely Group ประกาศเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ครอบคลุมจำนวนกว่า 38,000 คัน หลังจากตรวจพบข้อบกพร่องร้ายแรงในระบบแบตเตอรี่ที่อาจนำไปสู่ภาวะความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้ได้ การประกาศครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคทั่วไป แต่ยังสะท้อนถึงรอยร้าวในห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์แบตเตอรี่รายใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดโลกที่กำลังจับตามองมาตรฐานความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดในปี 2026 นี้


รายละเอียดการเรียกคืนครั้งประวัติศาสตร์ของ Zeekr 001

การตัดสินใจเรียกคืนครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่รถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Zeekr 001 WE Edition โดยเฉพาะรุ่นที่ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ขนาด 86 kWh ซึ่งผลิตในช่วงระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม 2021 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2024 รวมจำนวนทั้งสิ้น 38,277 คัน โดยทางหน่วยงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของประเทศจีน (SAMR) ได้เปิดเผยรหัสการเรียกคืนอย่างเป็นทางการคือ S2026M0023V ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเรียกคืนที่มีนัยสำคัญที่สุดของแบรนด์นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดมา เนื่องจากปริมาณรถที่ได้รับผลกระทบนั้นคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับยอดการผลิตรวมในช่วงเวลาดังกล่าว

ต้นเหตุของปัญหาถูกระบุว่าเกิดจากความไม่สม่ำเสมอในกระบวนการผลิตส่วนประกอบภายในของชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งส่งผลให้เมื่อมีการใช้งานรถยนต์ไปในระยะยาวจะทำให้ค่าแรงต้านทานภายใน (Internal Resistance) ของแบตเตอรี่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งสภาวะนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟและการชาร์จลดลงเท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาความร้อนสะสมที่เกินกว่าระบบจัดการความร้อนจะควบคุมได้ จนอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ “Thermal Runaway” หรือการลุกไหม้ที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

แม้ว่าทาง Zeekr จะยืนยันว่าปัญหานี้เกิดขึ้นกับรถยนต์รุ่นเก่าที่ผลิตในระยะแรกเท่านั้น และรุ่นที่กำลังวางจำหน่ายในปัจจุบันรวมถึงรุ่นที่ส่งออกไปยังตลาดยุโรปและอาเซียนบางส่วนจะใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่แตกต่างออกไป แต่การเรียกคืนครั้งนี้ก็สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อภาพลักษณ์แบรนด์ที่วางตำแหน่งตัวเองไว้ในระดับไฮเอนด์ ความพยายามในการแสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็วผ่านการเรียกคืนภาคสมัครใจจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ Zeekr นำมาใช้เพื่อควบคุมความเสียหายก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน


ปมขัดแย้งกับซัพพลายเออร์และการฟ้องร้องมูลค่ามหาศาล

เบื้องลึกของการเรียกคืนครั้งนี้มีความซับซ้อนมากกว่าเรื่องทางเทคนิค เพราะมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับข้อพิพาททางกฎหมายระหว่าง VREMT (Viridi E-Mobility Technology) บริษัทในเครือ Geely ที่ดูแลระบบแบตเตอรี่ กับ Sunwoda ผู้ผลิตเซลล์แบตเตอรี่รายใหญ่ โดยก่อนหน้านี้มีการยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 2,310 ล้านหยวน หรือประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากพบข้อบกพร่องในเซลล์แบตเตอรี่ที่ส่งมอบในช่วงปี 2021-2023 ซึ่งข้อพิพาทนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าปัญหาคุณภาพดังกล่าวเป็นเรื่องที่รับทราบกันภายในมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนที่จะมีการประกาศเรียกคืนอย่างเป็นทางการ

สถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่งจะได้ข้อยุติเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงประนีประนอมยอมความเพื่อร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการเรียกคืนและเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับลูกค้า ซึ่งมีการประเมินว่า Sunwoda อาจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเฉพาะในปี 2025-2026 สูงถึง 500 ถึง 800 ล้านหยวน การยอมความครั้งนี้เป็นไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเพื่อป้องกันไม่ให้ภาพลักษณ์ของทั้งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่จีนต้องมัวหมองไปมากกว่าเดิม ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Zeekr เองก็ต้องเร่งจัดการกับสต็อกแบตเตอรี่เจ้าปัญหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

การเรียกคืนครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอกในสัดส่วนที่สูงเกินไป ซึ่งหลังจากเกิดปัญหากับ Sunwoda ทาง Zeekrได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างมีนัยสำคัญด้วยการเร่งพัฒนาแบตเตอรี่ที่คิดค้นเองอย่าง “Golden Battery” หรือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่มีความปลอดภัยสูงและทนทานต่อความร้อนได้ดีกว่า เพื่อลดการพึ่งพาเซลล์แบตเตอรี่จากแหล่งอื่นที่อาจควบคุมคุณภาพได้ยาก และเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่แบรนด์สามารถควบคุมได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ


มาตรการรับมือและการตรวจสอบผ่านระบบคลาวด์อัจฉริยะ

ในด้านการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้บริการ Zeekrได้นำเทคโนโลยี Cloud-based Monitoring System เข้ามามีบทบาทสำคัญในการคัดกรองรถยนต์ที่มีความเสี่ยง โดยระบบจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ หากตรวจพบว่ารถคันใดมีค่าแรงต้านทานภายในที่พุ่งสูงขึ้นผิดปกติ หรือมีความจุแบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าเกณฑ์ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าของรถทันทีผ่านแอปพลิเคชันและหน้าจอภายในรถ เพื่อให้ลูกค้านำรถเข้ามารับบริการตรวจสอบที่ศูนย์บริการอย่างเร่งด่วน

สำหรับการดำเนินการแก้ไข Zeekrประกาศว่าจะเริ่มโครงการเปลี่ยนชุดแบตเตอรี่ใหม่ให้กับลูกค้าฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมทั้งการตรวจสอบด้วยระบบวินิจฉัยทางไกล (Remote Diagnostics) และการนำรถเข้าไปเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ที่ศูนย์บริการ ซึ่งถือเป็นภาระงานที่หนักอึ้งสำหรับทีมบริหารหลังการขาย แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการดูแลลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถรุ่นแรกๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกที่ทำให้แบรนด์เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ย้ำเตือนถึงสิทธิประโยชน์ด้านการรับประกันว่า ลูกค้าที่เป็นเจ้าของมือแรกยังคงได้รับความคุ้มครองตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเจ้าของรถมือสองจะยังได้รับการรับประกันตามมาตรฐาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจว่า ถึงแม้ตัวรถจะเกิดปัญหาจากกระบวนการผลิต แต่ทางบริษัทจะไม่มีวันทอดทิ้งผู้ใช้งานอย่างแน่นอน


มุมมองเศรษฐกิจและผลกระทบต่ออุตสาหกรรม EV ในปี 2026

ผลกระทบจากการเรียกคืนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในงบการเงินของZeekr หรือ Geely เท่านั้น แต่มันคือกรณีศึกษาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม EV โลกในปี 2026 ที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพลังงานแต่ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนที่สูงขึ้น นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมองว่าเหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้หุ้นของบริษัทในกลุ่ม EV และผู้ผลิตแบตเตอรี่มีความผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ผลิตกล้ายอมรับข้อผิดพลาดและเรียกคืนในสเกลใหญ่ขนาดนี้ กลับได้รับคำชมในแง่ของธรรมาภิบาลและการยึดถือความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง

ในส่วนของตลาดประเทศไทย แม้จะมีข่าวการเรียกคืนครั้งใหญ่ในจีน แต่ทางZeekr Thailand และผู้เชี่ยวชาญได้ออกมายืนยันเบื้องต้นว่า รถยนต์รุ่นที่จำหน่ายในไทยส่วนใหญ่เป็นล็อตการผลิตปี 2024-2025 ซึ่งใช้สเปกแบตเตอรี่ที่แตกต่างและมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตมาแล้ว โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh จาก CATL ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ Sunwoda ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้แบรนด์ต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบรถยนต์ที่ส่งออกมายังตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อไม่ให้ปัญหาในบ้านเกิดลามมาทำลายความเชื่อมั่นในตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต

ท้ายที่สุดแล้ว ทิศทางของZeekr หลังจากนี้คือการมุ่งเน้นไปที่ “Vertical Integration” หรือการทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้มากที่สุด เพื่อสร้างเกราะป้องกันจากความบกพร่องของคู่ค้าภายนอก บทสรุปของการเรียกคืน 3.8 หมื่นคันนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าZeekr จะสามารถรักษาบัลลังก์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมไว้ได้หรือไม่ ผ่านบททดสอบด้านความปลอดภัยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการเดินทางในโลกยุคใหม่ และจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดมาตรฐานใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่ที่เข้มงวดกว่าเดิมทั่วทั้งอุตสาหกรรม


#Zeekr #EVRecall #รถยนต์ไฟฟ้า #ความปลอดภัย #Geely #TheReporterAsia #เศรษฐกิจโลก #รถอีวี #BatterySafety #AnConghui

Share