มิตซูบิชิ ญี่ปุ่น เปิดตัว eK Cross EV โฉมใหม่ ในราคาโคตรคุ้ม โดนใจ

มิตซูบิชิ ญี่ปุ่น เปิดตัว eK Cross EV โฉมใหม่ ในราคาโคตรคุ้ม โดนใจ

มิตซูบิชิ ประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด eK Cross EV รุ่นปรับโฉมใหม่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นดีไซน์มินิมอลผสานเทคโนโลยีการจ่ายไฟสู่ภายนอก พร้อมจัดเต็มรายละเอียดสเปกตัวรถที่ครบครัน เคาะราคาจำหน่ายหลังหักเงินอุดหนุนเริ่มต้นเพียงสามแสนกว่าบาท

มิตซูบิชิ เปิดตัวไมโครอีวีสไตล์มินิมอลกลางแดนปลาดิบ

ค่ายรถยนต์มิตซูบิชิได้สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการยานยนต์ขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า eK Cross EV รุ่นปรับโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของตลาดรถยนต์กลุ่มเคคาร์หรือยานยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น โดยทางผู้ผลิตได้เลือกใช้ช่วงเวลานี้ในการเผยโฉมรูปลักษณ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหายานพาหนะพลังงานสะอาดสำหรับการขับขี่ในเมือง

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพภายนอกที่เด่นชัดที่สุดในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ คือการตัดสินใจบอกลาเอกลักษณ์การออกแบบกระจังหน้าดั้งเดิมแบบไดนามิกชิลด์ที่คุ้นตา ทีมออกแบบได้ทำการถอดกระจังหน้าสไตล์ดุดันแบบเดิมออกไป แล้วหันมาเลือกใช้แนวทางการตกแต่งดีไซน์ใหม่ที่เน้นความสะอาดตาและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเส้นสายมากยิ่งขึ้น โดยมีการปรับโครงสร้างกันชนหน้าใหม่ทั้งหมดที่เน้นการใช้ชิ้นส่วนสีเดียวกับตัวถังรถยนต์เข้ามาทดแทนวัสดุเดิม รวมถึงการเพิ่มแถบไฟส่องสว่างแอลอีดีแบบแนวยาวเข้ามาขนานไปกับตำแหน่งกระจังหน้าเดิม และลดขนาดของช่องดักอากาศบริเวณด้านล่างให้มีความกะทัดรัดลง

เมื่อขยับมาพิจารณาบริเวณด้านข้างของตัวถังจะพบว่าทีมงานได้ทำการถอดคิ้วขอบซุ้มล้อพลาสติกสีดำรวมถึงสเกิร์ตข้างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อเปลี่ยนให้พื้นผิวตัวถังมีความเรียบเนียนสไตล์พรีเมียมไร้รอยต่อ ทั้งยังเอาใจผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นด้วยการอัปเดตพาเลทเฉดสีภายนอกให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในการเปิดตัวครั้งนี้มีการเพิ่มสีทูโทนยอดนิยมเข้ามาอีกจำนวนห้าเฉดสีและสีโมโนโทนใหม่อีกสองเฉดสี ทำให้ในปัจจุบันรถยนต์รุ่นนี้มีทางเลือกของสีสันให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสรรตามไลฟ์สไตล์ได้รวมกันมากถึงสิบเอ็ดเฉดสีเลยทีเดียว

eK Cross EV

นวัตกรรมห้องโดยสารอเนกประสงค์ เปลี่ยนยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำรอง

ไฮไลต์สำคัญทางเทคโนโลยีที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นปรับโฉมครั้งนี้คือการติดตั้งเต้ารับกระแสไฟสลับเอซี 100 โวลต์บริเวณแผงคอนโซลหน้าส่วนล่าง ระบบดังกล่าวสามารถรองรับการจ่ายกำลังไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้อย่างเสถียร ด้วยกำลังสูงสุดถึง 1500 วัตต์ คุณสมบัติดังกล่าวส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กคันนี้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับสายแคมป์ปิ้งยามเดินทางออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ หรือแม้กระทั่งทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองสำหรับตัวบ้านในยามที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง

นอกเหนือจากระบบบริหารจัดการพลังงานภายนอกแล้ว รายละเอียดภายในห้องโดยสารยังได้รับการยกระดับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างมีนัยสำคัญเพื่อต้อนรับการเปิดตัวโฉมใหม่ โดยในรุ่นท็อปเกรดจะได้รับการติดตั้งพอร์ตเชื่อมต่อกระแสไฟเพิ่มเติม ประกอบไปด้วยพอร์ตแบบ USB-C จำนวน 2 ช่องและ USB-A จำนวน 1 ช่อง การเพิ่มจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆ ให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อตลอดการเดินทาง

ขณะที่รุ่นระดับกลางก็ได้รับการอัปเกรดระบบความสะดวกสบายให้ทัดเทียมกัน ด้วยการติดตั้งระบบพวงมาลัยปรับอุ่นอัตโนมัติและเบาะนั่งคู่หน้าปรับอุ่นให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ซึ่งแต่เดิมฟังก์ชันพิเศษเหล่านี้จะมีให้เลือกเฉพาะในรุ่นท็อปเท่านั้น นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังได้เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบแจ้งเตือนตรวจสอบผู้โดยสารเบาะหลังเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เพื่อป้องกันการลืมเด็กเล็กหรือสิ่งของมีค่าไว้ที่เบาะหลัง นับเป็นความใส่ใจในรายละเอียดที่ตอบโจทย์ครอบครัวชาวญี่ปุ่นได้อย่างตรงจุด

eK Cross EV

เจาะลึกมิติตัวถังและโครงสร้างช่วงล่าง ขีดสุดแห่งความคล่องตัวในเมือง

สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึกด้านมิติตัวถังนั้น รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้อยู่ภายใต้พิกัดของรถยนต์ขนาดเล็กตามมาตรฐานกฎหมายญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด ตัวรถมีความยาวรวมอยู่ที่ 3,395 มิลลิเมตร ผสานกับความกว้าง 1,475 มิลลิเมตร และมีความสูง 1,655 มิลลิเมตร ซึ่งหากมีการติดตั้งราวหลังคาเพิ่มเติมความสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,670 มิลลิเมตร โครงสร้างดังกล่าวมาพร้อมกับระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,495 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางเกินคาด

ในด้านของเสถียรภาพการทรงตัว ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีระยะห่างล้อคู่หน้าที่ 1,300 มิลลิเมตรและระยะห่างล้อคู่หลังที่ 1,295 มิลลิเมตร พร้อมด้วยระยะต่ำสุดจากพื้นหรือกราวด์เคลียร์แรนซ์ที่ 145 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวถังรวมของรถรุ่นนี้มีความเบาคล่องตัวโดยอยู่ที่ระหว่าง 1,060 –  1,080 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่องความคล่องตัวขั้นสุดด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 4.8 เมตร ทำให้การกลับรถหรือการถอยจอดในซอยแคบของเมืองหลวงเป็นเรื่องที่ง่ายดายและสะดวกสบายอย่างยิ่ง

ระบบช่วงล่างและการควบคุมได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่ ด้านหน้าเลือกใช้ระบบกันสะเทือนแบบสตรัท ขณะที่ด้านหลังใช้ระบบทอร์คอาร์มแบบ 3-Link ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนที่มาพร้อมกับพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าที่ช่วยผ่อนแรงผู้ขับขี่ การหยุดรถมั่นใจได้ด้วยระบบดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนในล้อหน้าและดรัมเบรกแบบลีดดิ้งเทรลลิ่งในล้อหลัง โดยในรุ่นมาตรฐานจะรัดมาด้วยยางขนาด 155/65R14 เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

eK Cross EV

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีการชาร์จประสิทธิภาพสูง

หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อนใต้ฝากระโปรงคือมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสกระแสสลับรหัส MM48 ที่ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อคู่หน้า มอเตอร์ตัวนี้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดออกมาได้ที่ 47 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 63 แรงม้าในช่วงความเร็วรอบ 2,302 – 10,455 รอบต่อนาที พร้อมมอบแรงบิดสูงสุดที่ 195 นิวตันเมตรตั้งแต่เริ่มเดินคันเร่งที่ 0 – 2,302 รอบต่อนาที ตัวเลขแรงบิดที่สูงตั้งแต่รอบต่ำนี้ช่วยให้การออกตัวและการเร่งแซงสามารถทำได้อย่างกระฉับกระเฉงและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

แหล่งกักเก็บพลังงานหลักเป็นชุดแพ็คแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนแรงดันไฟฟ้า 350 โวลต์ที่มีความจุ 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง แบตเตอรี่ชุดนี้ได้รับการติดตั้งอย่างประณีตเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม และสามารถมอบระยะทางการวิ่งสูงสุดได้ถึง 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เมื่อทำการทดสอบตามมาตรฐานสากลแบบมาตรฐาน WLTC  สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยนั้นจะอยู่ที่ 124 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตร โดยหากวิ่งในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองจะสิ้นเปลืองเพียง 100 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตรเท่านั้น

การประจุพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและรองรับวิถีชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว ระบบรองรับการชาร์จแบบปกติผ่านไฟกระแสสลับที่กำลังไฟ 2.9 กิโลวัตต์ โดยจะใช้ระยะเวลาในการชาร์จจนเต็มประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจอดพักค้างคืนที่บ้าน ในขณะเดียวกัน หากต้องการความรวดเร็วในการเดินทาง ตัวรถก็รองรับระบบการชาร์จแบบเร็วหรือกระแสตรงที่กำลังไฟ 30 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถเติมพลังงานจาก 0 – 80% ได้ในระยะเวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น

กลยุทธ์ราคาในตลาดญี่ปุ่นสุดเร้าใจ ท้าชนคู่แข่งด้วยความคุ้มค่าระดับสูงสุด

การทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นหลังจากการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยทางผู้ผลิตได้เปิดรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถเริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกได้ภายในช่วงปลายเดือนนี้ สำหรับราคาจำหน่ายในแต่ละรุ่นย่อยนั้นถูกกำหนดมาอย่างน่าสนใจ โดยรุ่นเริ่มต้นมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 2,446,400 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 498,000 บาท ในขณะที่รุ่นท็อปเกรดมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3,214,200 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 654,700 บาท

ทีเด็ดที่สุดในการเปิดตัวครั้งนี้ที่สร้างแรงดึงดูดใจให้แก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก คือราคาจำหน่ายสุทธิหลังจากการคำนวณร่วมกับมาตรการเงินอุดหนุนภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากทางรัฐบาลญี่ปุ่น นโยบายสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าวส่งผลให้ราคาเริ่มต้นของตัวรถปรับลดลงมาอยู่ที่เพียง 1,872,400 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยเพียงประมาณ 381,400 บาทเท่านั้น ถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างยิ่งและสะท้อนความคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม สมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่นยังคงมีความดุเดือดรออยู่อีกมาก แม้ว่าจะเปิดตัวด้วยสเปกที่ครบครันและราคาที่น่าประทับใจก็ตาม นอกเหนือจากแฝดร่วมพัฒนาอย่างแบรนด์นิสสันที่ทำตลาดร่วมกันแล้ว คู่แข่งคันสำคัญในเซกเมนต์นี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กจากค่ายฮอนด้า รวมถึงการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์บีวายดีที่กำลังจะเข้ามาเป็นผู้เล่นตัวฉกาจและเตรียมสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ตลาดรถยนต์เคคาร์ในประเทศญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

#Mitsubishi #eKCrossEV #สเปกรถยนต์ไฟฟ้า #เปิดตัวรถใหม่ญี่ปุ่น #รถยนต์ไฟฟ้า #KeiCar #รถอีวีราคาประหยัด #มิตซูบิชิ #พาวเวอร์แบงก์เคลื่อนที่

Share