ฮอนด้า ประเทศไทย ยกระดับซีดานเรือธง ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยสีภายนอกเทาเออร์เบินและภายในสีขาว พร้อมอัดฉีดแคมเปญพิเศษคืนกำไรให้ลูกค้ามูลค่ารวมกว่าเก้าหมื่นบาท
การกลับมาของสปอร์ตพรีเมียมแฟลกชิปที่สะท้อนตัวตนได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ซีดานขนาดกลางอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ที่มาพร้อมกับการยกระดับดีไซน์ให้ดูสปอร์ตและหรูหรามากยิ่งขึ้น โดยหัวใจสำคัญของการปรับโฉมในครั้งนี้คือการมุ่งเน้นไปที่รุ่น e:HEV RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่ได้รับความนิยมอย่างสูง. การเพิ่มทางเลือกใหม่ในด้านรูปลักษณ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่มีความแตกต่างและต้องการความโดดเด่นบนท้องถนนอย่างมีชั้นเชิง โดยยังคงรักษามาตรฐานความเป็นรถยนต์แฟลกชิปของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วนในทุกมิติของการใช้งาน
ความโดดเด่นแรกที่เห็นได้ชัดคือการแนะนำสีภายนอกใหม่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) ซึ่งเป็นโทนสีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน. สีนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยและดูพรีเมียม แต่ยังช่วยขับเน้นเส้นสายของตัวรถให้ดูมีความเปรี้ยวเฉี่ยวและมีเอกลักษณ์ในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่มีแสงสีสว่างไสว หรือการเดินทางออกต่างจังหวัดในบรรยากาศธรรมชาติ. นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ทำการเปลี่ยนสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจอย่างโลโก้ H Mark ในทุกรุ่นย่อยให้เป็นโทนสีโมโนโครมเงินและดำแบบใหม่ ซึ่งช่วยเสริมลุคให้รถดูมีความขรึมและล้ำสมัยมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่เพียงแค่ภายนอกเท่านั้นที่ได้รับการปรับเปลี่ยน แต่ภายในห้องโดยสารยังมีการเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยโทนสีขาวที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางให้เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น. การตกแต่งภายในด้วยสีขาวนี้ครอบคลุมไปถึงส่วนของเบาะนั่ง แผงประตู และแผงหน้าปัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทำให้ห้องโดยสารดูมีความโปร่งโล่ง สบายตา และกว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม. ลูกค้าสามารถเลือกแมตช์คู่สีทั้งภายนอกและภายในได้ตามความชื่นชอบส่วนบุคคล เพื่อกำหนดนิยามความสปอร์ตพรีเมียมในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและประหยัดเหนือชั้น
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ยังคงโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว. มอเตอร์ตัวแรกทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Motor Generator) ในขณะที่มอเตอร์อีกตัวทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรง (Motor Drive) มอบแรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ถึง 335 นิวตัน-เมตร. ระบบนี้ทำงานควบคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูงและเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกจังหวะ
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของขุมพลังนี้คือความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด โดยสามารถมอบอัตราการประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร. นอกจากจะเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ของผู้ใช้งานแล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น. ระบบขับเคลื่อนจะปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานโดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ โดยประกอบไปด้วย 3 โหมดหลัก คือ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)
ในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ทำให้มีความเงียบและออกตัวได้รวดเร็วทันใจ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง. เมื่อต้องการเร่งแซง ระบบจะสลับไปที่โหมดไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เพื่อดึงพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์มาสร้างแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว. และเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ ระบบจะใช้โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ซึ่งจะส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรงเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน. ทั้งนี้ ในขณะลดความเร็ว ระบบจะชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่เพื่อสะสมพลังงานไว้ใช้ต่อไป
มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING แบบครบวงจร
ความปลอดภัยคือหัวใจหลักที่ฮอนด้าไม่เคยมองข้าม โดยใน ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน. ระบบนี้ทำงานผ่านกล้องและเรดาร์เพื่อตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยเตือนและเข้าแทรกแซงการขับขี่ในกรณีที่อาจเกิดอุบัติเหตุ. ฟังก์ชันที่สำคัญประกอบด้วยระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS) และระบบเตือนพร้อมช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) เพื่อให้ทุกการเดินทางราบรื่นที่สุด
นอกจากระบบพื้นฐานแล้ว ยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF) ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ทางไกลหรือในสภาพการจราจรที่ติดขัด. สำหรับรุ่นสูงสุดอย่าง e:HEV RS จะได้รับความพิเศษเพิ่มเติมด้วยระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) ที่ช่วยปรับความเข้มและทิศทางของแสงไฟหน้าเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยโดยไม่รบกวนรถคันอื่น. และในทุกรุ่นย่อยยังมีระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) เพื่ออำนวยความสะดวกในยามจอดรอสัญญาณไฟจราจร
ฮอนด้ายังได้เพิ่มความอุ่นใจด้วยระบบความปลอดภัยเสริมอื่นๆ เช่น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM) ที่ได้รับการติดตั้งมาให้ในทุกรุ่นย่อย. สำหรับรุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS จะได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นจากระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS) ที่ช่วยให้การจอดรถในพื้นที่แคบกลายเป็นเรื่องง่าย. รวมถึงมีระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS) และระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เพื่อการควบคุมรถที่สั่งได้ดั่งใจในทุกสถานการณ์
เจาะลึกแคมเปญ “คุ้มไม่ไหว ฮีลใจแบบสุด” และราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวสีใหม่ ฮอนด้าได้ส่งแคมเปญพิเศษ “คุ้มไม่ไหว ฮีลใจแบบสุด” เพื่อมอบข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธให้แก่ลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 31 พฤษภาคม 2569. ลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิพิเศษได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ โดยทางเลือกแรกคือ Exclusive Deal ที่มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่ารวมถึง 90,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท. ข้อเสนอนี้ถือว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมียมได้อย่างยอดเยี่ยม
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินคือ ข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาทเช่นกัน. หรือหากเป็นลูกค้าเก่าของฮอนด้า (Honda Loyalty) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จะได้รับสิทธิ์ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 0.84% ในขณะที่ลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 0.99%. โดยทั้งสองกรณีนี้จะมาพร้อมกับแพ็กเกจ Honda Exclusive Care นาน 5 ปี ซึ่งครอบคลุมการเช็คระยะและบริการต่างๆ มูลค่าสูงสุดถึง 204,000 บาท พร้อมบัตรเติมน้ำมันอีก 20,000 บาท
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท รุ่นกลาง e:HEV EL ราคา 1,629,000 บาท และรุ่นท็อปสปอร์ต e:HEV RS ราคา 1,764,000 บาท. สำหรับลูกค้าที่เลือกสีพิเศษจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท ส่วนสีใหม่เทาเออร์เบิน (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) จะเพิ่ม 10,000 บาท. ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสคันจริงและสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของบริษัท
#HondaAccord #AccordEHEV #UrbanGrey #HondaSENSING #รถใหม่2026 #HybridCar #HondaThailand #TheEVcar
