บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU) ในราคา 990,000 บาท โดยนำเข้ามาจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน ในปี 2569 โดยเตรียมเปิดระบบให้ผู้สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์จองผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดเริ่มส่งมอบยานยนต์ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ไฮไลท์การขับขี่ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของ Honda Super-ONE
Honda Super-ONE พัฒนาต่อยอดโครงสร้างมาจากยานยนต์ตระกูล N Series โดยใช้สัดส่วนตัวถังแบบ Low & Wide ผสานรูปทรงเหลี่ยมสไตล์ Boxy โป่งล้อ Blister Fenders และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ด้านระบบขับเคลื่อนติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์เมื่อเปิดใช้งานโหมด BOOST และแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร ควบคู่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 253 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC พร้อมระบบควบคุมเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์
ตัวรถรองรับรูปแบบการขับขี่ 5 โหมด ประกอบด้วย ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST ซึ่งมีสวิตช์สั่งการติดตั้งบนพวงมาลัย เสริมด้วยระบบสร้างเสียงเครื่องยนต์ Active Sound Control และระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ ด้านความปลอดภัยติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะ Honda SENSING รวม 6 ฟังก์ชันหลัก อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘ความสนุกในการขับขี่’ (The Fun of Driving) อันเป็น DNA สำคัญที่ฮอนด้ายึดมั่นมาโดยตลอด
ซึ่ง Honda Super-ONE คือบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบความเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว ผ่านดีไซน์ทรง Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น และ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น ในราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จะจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น ฮอนด้า เชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยสร้างสีสันและมอบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ที่มองหารถที่โดดเด่นและขับสนุกในแบบฉบับฮอนด้า พร้อมเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียนรู้ความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต”
ภายในห้องโดยสารและแพ็กเกจชุดแต่งทางเลือก
ห้องโดยสารตกแต่งแบบทรีโทนในคู่สี ขาว-เทา-ฟ้า พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าสปอร์ต Bucket Seat และระบบทำความร้อน หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว ทำงานร่วมกับระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมติดตั้ง Google Built-in, ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชันที่ 4 และระบบเสียงลำโพง BOSE รวม 8 ตำแหน่ง
ด้านการตกแต่งเฉพาะรุ่นมีทางเลือกแพ็กเกจเสริม 2 รูปแบบ ได้แก่ ชุดแต่ง BULLDOG ในรูปแบบ BULLDOG Full Package ราคา 110,000 บาท หรือเลือกชุดสติกเกอร์และล้ออัลลอยแยกชิ้น และชุดแต่งจากสำนัก MUGEN ประกอบด้วย MUGEN Car for Super-ONE Package ราคา 640,000 บาท และ MUGEN Aero Part Package ราคา 400,000 บาท ตลอดจนชุดล้อฟอร์จ 16 นิ้วและฟิล์มเปลี่ยนสีตัวถัง

กำหนดการเปิดจอง ราคาจำหน่าย และเงื่อนไขบริการ
Honda Super-ONE กำหนดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 990,000 บาท มีสีตัวถังภายนอกคือ สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) หลังคาสีดำทูโทน โดยจะเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. ผ่านระบบออนไลน์ www.honda.co.th/e-quotation เพียงช่องทางเดียว และจัดสรรสิทธิ์ตามลำดับการลงทะเบียน
สิทธิประโยชน์สำหรับผู้จองระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%, ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, โปรแกรม Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้านาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
#Honda #HondaSuperONE #รถยนต์ไฟฟ้า #EV #TheReporterAsia
