GWM ยอดจอง มอเตอร์โชว์ พุ่งกระฉูด ประกาศปรับราคา ORA 5 ขึ้นทันที

GWM ยอดจอง มอเตอร์โชว์ พุ่งกระฉูด ประกาศปรับราคา ORA 5 ขึ้นทันที

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ด้วยตัวเลขยอดจองที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างแท้จริง ภายใต้กลยุทธ์การรุกตลาดที่ครอบคลุมทุกรูปแบบพลังงานเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกมิติของการใช้ชีวิต

สำหรับตัวเลขยอดจองสะสมตลอดการจัดงานที่ทะลุไปถึง 6,819 คันนั้น ถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 37.5% เมื่อเทียบกับยอดจองในปี 2568 ที่ทำได้ 4,959 คัน ตัวเลขที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับและมีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของ GWM มากขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในตลาดปัจจุบันที่ต่างพากันขนทัพนวัตกรรมมาประชันกันในงานนี้

เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้มาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ซึ่ง GWM มุ่งหวังที่จะเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากคนไทย การประกาศความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแผนการดำเนินงานของบริษัทที่เน้นความโปร่งใส ใส่ใจ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพนั้นเดินมาถูกทางแล้ว ส่งผลให้บูธของ GWM กลายเป็นจุดสนใจหลักและสามารถกวาดยอดจองไปได้อย่างล้นหลามจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในชั่วข้ามคืน


เจาะลึกความสำเร็จ GWM ORA 5 ฮีโร่ตัวจริงที่ครองใจชาวไทย

หากจะมองหาหัวหอกหลักที่ทำให้ยอดจองของ GWM พุ่งทะยานในงานนี้ คงหนีไม่พ้น GWM ORA 5 รถยนต์ SUV-B เจเนอเรชันใหม่ที่กลายเป็นดาวเด่นของงานตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ด้วยตัวเลขยอดจองและยอดสั่งซื้อแพ็กเกจ Early Bird รวมกันสูงถึง 5,182 คัน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนหลักที่ผลักดันยอดขายรวม สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เทใจไปให้รุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV สูงถึง 90% ของยอดจอง ORA 5 ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของคนไทยที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่ง

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ GWM ORA 5 ได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายนั้นมาจากองค์ประกอบที่ลงตัวทั้งในด้านดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัย จากการสำรวจความเห็นของลูกค้าที่จองรถภายในงานพบว่าความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกล ผนวกกับความมั่นใจในมาตรฐานการผลิตระดับโลกที่ผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มข้น ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก

นอกจากนี้ กระแสความตื่นตัวเรื่องราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ผู้ใช้รถตัดสินใจหันมามองรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ORA 5 จึงเข้ามาตอบโจทย์ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมพอดี ด้วยตัวเลือกที่มีทั้งรุ่น EV สำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดสูงสุดและรุ่น HEV สำหรับผู้ที่ยังต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางแบบไร้กังวลเรื่องการชาร์จ การมีทางเลือกที่หลากหลายในรุ่นรถเดียวกันทำให้ GWM สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนนำไปสู่ยอดจองที่สร้างสถิติใหม่ให้กับบริษัทได้สำเร็จ


ข่าวช็อกวงการกับราคาใหม่ และกลยุทธ์การพยุงตลาด HEV

หลังจากปิดฉากงานมอเตอร์โชว์เพียงไม่นาน GWM (Thailand) ก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยการประกาศปรับราคาคาดการณ์ของ GWM ORA 5 รุ่น EV ขึ้น 20,000 บาท การปรับราคาในครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป โดยรุ่น Pro จากราคาเดิม 629,000 บาท จะขยับขึ้นเป็น 649,000 บาท และรุ่น Ultra จากราคา 699,000 บาท ขยับเป็น 719,000 บาท ซึ่งเป็นการปรับราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้มาตรการสนับสนุน EV 3.5 ที่รอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รุ่น EV มีการปรับราคาขึ้น แต่ GWM ยังคงตัดสินใจตรึงราคาแนะนำของรุ่น HEV เอาไว้เท่าเดิมเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้บริโภค โดย GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ยังคงราคาที่ 709,000 บาท และรุ่น Ultra ที่ 779,000 บาท กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและราคาน้ำมันที่ผันผวน อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสถียรภาพด้านราคาที่เหมาะสมตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้รถยนต์ไฮบริดเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

GWM ยอดจอง

การปรับราคาในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความร้อนแรงของแบรนด์แต่อย่างใด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังมองว่าแม้จะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับออปชันและเทคโนโลยีที่ได้รับก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ GWM ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลราคาอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจ การประกาศปรับราคาอย่างเป็นทางการนี้จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการต้นทุนที่เป็นธรรมต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในระยะยาว


เดินหน้าขยายการผลิตที่ระยอง พร้อมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ

เพื่อรองรับยอดจองที่ถล่มทลายเกินความคาดหมาย GWM ได้เตรียมแผนการขยายกำลังการผลิตที่ GWM Smart Factory ในจังหวัดระยองอย่างเต็มรูปแบบ โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นฐานการผลิตสำคัญในไทย แต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของ GWM ในระดับโลก การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะตามมาตรฐานสากลมาใช้ในกระบวนการผลิตทำให้มั่นใจได้ว่า รถยนต์ทุกคันที่ออกจากสายพานจะมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่กำลังรอคอยการส่งมอบรถคู่ใจคันใหม่

ในส่วนของกำหนดการส่งมอบนั้น GWM ได้วางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรมแก่ลูกค้าทุกคน โดยลูกค้ากลุ่มแรกจำนวน 1,000 ท่านที่จองภายในวันที่ 26 มีนาคม 2569 จะได้รับการส่งมอบในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2569 ส่วนลูกค้าที่จองในลำดับถัดมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 จะเริ่มได้รับรถในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 ตามลำดับการอนุมัติสินเชื่อและสีรถที่เลือก กระบวนการส่งมอบที่มีความชัดเจนนี้ช่วยลดความกังวลของลูกค้าและแสดงถึงศักยภาพในการจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพของแบรนด์

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ชาวไทยมีต่อ GWM ไม่ใช่เพียงแค่ตัวรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพของการบริการหลังการขายที่ได้รับรางวัลการันตี การได้รับรางวัลแบรนด์อันดับ 1 ด้านความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ (Product CXI) ประจำปี 2569 และการเป็นผู้นำด้านการบริการหลังการขาย (Service CXI) ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน เป็นเครื่องยืนยันว่า GWM ไม่ได้เน้นเพียงแค่ยอดขาย แต่ยังมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจและโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจจองรถอย่างล้นหลามแม้จะเป็นการเปิดตัวรุ่นใหม่ก็ตาม


ความไว้วางใจคือหัวใจสำคัญ และรางวัลแห่งความสำเร็จ

เสียงสะท้อนจากลูกค้าที่มาร่วมจองรถในงานต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ GWM คือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ นอกเหนือจากความสวยงามของดีไซน์แล้ว เสถียรภาพด้านราคาและการบริการที่รวดเร็วคือสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา ผลการวิจัยจาก Differential บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดชั้นนำที่ให้คะแนน GWM สูงสุดด้านบริการหลังการขายถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถว่าพวกเขาจะไม่ถูกทิ้งหลังจากที่ถอยรถออกจากโชว์รูมไปแล้ว

คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) ได้แสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น เขายังย้ำเตือนถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ GWM พร้อมจะเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจในทุกด้าน เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้

ความสำเร็จในครั้งนี้ยังแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของ GWM ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกที่มีเครือข่ายการขายครอบคลุมกว่า 170 ประเทศ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลกที่มากกว่า 1 ล้านคันต่อปีติดต่อกันถึง 9 ปี และยอดขายสะสมในต่างประเทศที่ทะลุ 2 ล้านคันไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งเหล่านี้คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่ส่งผลมาถึงความเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทย ทำให้ GWM ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารถยนต์สัญชาติจีนได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ


บทสรุปแห่งความสำเร็จและก้าวต่อไปของ GWM ในไทย

ความสำเร็จของยอดจอง 6,819 คันในงานมอเตอร์โชว์ 2026 คือจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับ GWM การปรับราคาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กลับเป็นการสะท้อนถึงการบริหารจัดการธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและพร้อมปรับตัวตามสถานการณ์จริง การเปิดให้ทดลองขับ GWM ORA 5 ณ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จะเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่ยังลังเลได้สัมผัสประสบการณ์จริงและตัดสินใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว GWM ในอนาคต

ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GWM ยังคงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลายของคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถ SUV หรือรถกระบะที่ GWM มีความเชี่ยวชาญระดับโลก การนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดควบคู่ไปกับไฟฟ้า 100% คือการเดินหมากที่ชาญฉลาดในการรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้รถในปัจจุบัน ทำให้ GWM สามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง

ท้ายที่สุดนี้ การที่ GWM มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าผ่าน Product CXI และ Service CXI จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น ความสำเร็จจากยอดจองถล่มทลายในงานมอเตอร์โชว์ 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขของยอดขายเท่านั้น แต่คือพันธสัญญาที่ GWM มีให้ต่อคนไทยว่าจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบรถยนต์คุณภาพเยี่ยมพร้อมบริการที่โปร่งใสและจริงใจ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้ชีวิตของผู้ใช้งานชาวไทยให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #GWMORA5EV #ORA5 #ORA #MotorShow2026 #RedefineYourJourney

Share