Chery V23 ดัน 6 นักออกแบบ ไทย ชิงรางวัลใหญ่ บุกตลาดโลก

Chery V23 ดัน 6 นักออกแบบ ไทย ชิงรางวัลใหญ่ บุกตลาดโลก

ในห้วงเวลาที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงฐานการผลิตไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการออกแบบ การเคลื่อนไหวล่าสุดของ เชอรี ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญให้กับวงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การประกาศรายชื่อ 6 ทีมไฟนอลลิสต์ในโครงการ “Chery V23 Style Up Challenge” ไม่ใช่เพียงแค่การประกวดออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นการประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกที่ต้องการผสานศักยภาพของดีไซน์เนอร์ไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของแบรนด์ โดยโครงการนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง เชอรี ประเทศไทย, สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อเฟ้นหาไอเดียที่สามารถเปลี่ยนจากจินตนาการไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายได้จริงในเชิงพาณิชย์

ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้อยู่ที่จำนวนผู้ส่งผลงานที่มีมากถึง 360 รายการ ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวของทั้งคนรุ่นใหม่และมืออาชีพต่อเซกเมนต์รถยนต์ทรงกล่อง (Boxy Style) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยแบ่งเป็นประเภทนักเรียน-นักศึกษา 253 ผลงาน และประเภทบุคคลทั่วไปอีก 108 ผลงาน ซึ่งตัวเลขนี้ยืนยันได้ว่า Chery V23 ได้กลายเป็นโจทย์ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ภายใต้คอนเซปต์ “Born To Play” ได้อย่างยอดเยี่ยม มร. ชุย จวิ้นหยวน ประธาน เชอรี (ประเทศไทย) ได้ให้มุมมองทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจว่า หลายผลงานไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่มีศักยภาพสูงพอที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อผลิตออกมาเป็นสินค้าจริง ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งในระยะยาว

ในเชิงกลยุทธ์การตลาด การที่เชอรีเลือกใช้โมเดล V23 ซึ่งเป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นโจทย์หลัก เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงความหลากหลายและสนับสนุนการแสดงออกถึงตัวตนของผู้ขับขี่ เป้าหมายของเชอรีไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขายรถยนต์ แต่คือการสร้าง Ecosystem ของแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอนาคต สิ่งนี้จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการทำธุรกิจที่เรียกว่า Co-creation ระหว่างแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกกับนักออกแบบท้องถิ่น เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด EV ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


Chery V23 Style Up Challenge

วิเคราะห์ความสำเร็จโครงการ Style Up Challenge: เมื่อดีไซน์ไทยกลายเป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ

หากมองลึกลงไปในเกณฑ์การตัดสินทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ The Best Boxy Style, The Classic Style และ Utilities จะพบว่าเชอรีกำลังมองหาความสมดุลระหว่างศิลปะและฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในโลกจริงได้ เงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของโอกาสทางการเงินที่เหล่านักออกแบบจะได้รับ เพราะไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดคือรางวัลพิเศษสำหรับผู้ชนะเลิศที่จะได้เดินทางไปเวิร์กช็อป ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่สำนักงานใหญ่ของเชอรี พร้อมเข้าชมงาน Auto China 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน นี่คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าตัวเงิน เนื่องจากเป็นการเปิดประตูให้ซอฟต์พาวเวอร์ด้านการออกแบบของไทยบุกเข้าสู่เวทีนวัตกรรมระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

การเดินทางไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ R&D ของเชอรี ซึ่งมีบุคลากรเชี่ยวชาญกว่า 25,000 คนทั่วโลก จะทำให้นักออกแบบไทยได้สัมผัสกับมาตรฐานการทำงานในระดับสากล ประสบการณ์นี้จะเป็นการยกระดับองค์ความรู้และเทคโนโลยีการออกแบบยานยนต์ของไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ นอกจากนี้ การเข้าชมงาน Auto China 2026 ยังเป็นโอกาสทองในการสำรวจเทรนด์ยานยนต์โลก เพื่อนำกลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น

ในมิติของแบรนด์ เชอรีได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากจีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 โดยมียอดขายสะสมกว่า 15 ล้านคันทั่วโลก การนำไอเดียจากดีไซน์เนอร์ไทยไปบรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการขยายอิทธิพลผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 3,200 แห่งในกว่า 120 ประเทศ เมื่อผลงานของคนไทยถูกผลิตและส่งออกไปทั่วโลก มันจะสร้างเครดิตและความเชื่อมั่นให้กับการรับจ้างออกแบบและการสร้างนวัตกรรมของไทยในสายตาประชาคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


เจาะลึก 6 ไฟนอลลิสต์: คัดหัวกะทิจาก 360 ผลงานสู่การผลิตจริงเชิงพาณิชย์

กระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้กลั่นกรองจนเหลือเพียง 6 ทีมสุดท้ายที่โดดเด่นที่สุด โดยในประเภทนักเรียน นักศึกษา มีตัวแทนจากสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้แก่ นายณัฐนนท์ ชัชวัฒนชัย และนายธนรัตน์ พรมโต รวมถึงทีมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำโดยนายอริยะ สุขเลิศ การที่คนรุ่นใหม่จากสถาบันที่เน้นศิลปะและเทคโนโลยีผ่านเข้ารอบมาพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นถึงการหลอมรวมของความคิดสร้างสรรค์และวิศวกรรมที่ลงตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ให้ใช้งานได้จริง

สำหรับประเภทบุคคลทั่วไป 6 ไฟนอลลิสต์ที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ นายกศพล เบ็ญจวิริยะโส, นายวรเศรษฐ์ ศรีสุรนันท์ และทีมของนายอาทิตย์ ทบดี กับนางสาวธฤตดา ศรีพรรณ นักออกแบบกลุ่มนี้ถือเป็นตัวแทนของตลาดแรงงานที่มีทักษะสูงและมีความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทุกทีมจะได้รับโมเดลรถ Chery V23 เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแบบจำลองอุปกรณ์ตกแต่ง 3 มิติ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะตัดสินผู้ชนะ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นการทดสอบว่าไอเดียบนกระดาษสามารถถูกเนรมิตให้กลายเป็นชิ้นงานที่ติดตั้งบนรถจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบเพียงใด

การที่เชอรีเน้นย้ำเรื่อง “ความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์” หมายความว่าคณะกรรมการไม่ได้มองแค่ความแปลกใหม่ แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิต วัสดุที่ใช้ และความปลอดภัยในการใช้งาน หากผลงานใดสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ครบถ้วน โอกาสที่จะถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตเพื่อขายในโชว์รูมเชอรีทั้ง 42 แห่งทั่วประเทศไทย หรืออาจรวมถึงโชว์รูมทั่วโลกก็มีความเป็นไปได้สูงมาก สิ่งนี้คือแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินรางวัล เพราะมันคือการสร้างประวัติการทำงาน (Portfolio) ระดับโลกที่นักออกแบบทุกคนถวิลหา


อิมแพ็คในงาน Motor Show 2026: โอกาสหมื่นล้านและการยกระดับแบรนด์ระดับโลก

จุดปะทะที่สำคัญที่สุดระหว่างนวัตกรรมและผู้บริโภคจะเกิดขึ้นในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูทของ Chery ในปีนี้จะถูกยกระดับให้เป็น “Art Gallery of Automotive Design” เพื่อจัดแสดงโมเดลต้นแบบของทั้ง 6 ทีมไฟนอลลิสต์ ด้วยจำนวนผู้เข้าชมงานที่คาดการณ์ไว้กว่า 1.6 ล้านคน พื้นที่นี้จะกลายเป็นเวทีโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคสำหรับนักออกแบบไทย และยังมีการเปิดรางวัล Popular Vote ให้ประชาชนทั่วไปร่วมสนุก ลุ้นรับ iPad มูลค่า 20,000 บาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้าง Consumer Engagement ที่แยบยล

การนำผลงานการออกแบบมาจัดแสดงท่ามกลางสายตาผู้เข้าชมจากทั่วโลก ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์ “Classic Never Fades” ของ Chery V23 เท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย เชอรีไม่ได้มองประเทศไทยเป็นเพียงตลาดสำหรับระบายสินค้า แต่เป็นพาร์ทเนอร์เชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยขยายศักยภาพของแบรนด์ให้กว้างไกลกว่าเดิม สิ่งนี้จะช่วยสร้าง Brand Loyalty ในใจผู้บริโภคชาวไทยที่รู้สึกมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจไปกับความสำเร็จของนักออกแบบในชาติที่ได้รับโอกาสในระดับอินเตอร์

ท้ายที่สุดแล้ว โครงการ “CHERY V23 Style Up Challenge” คือภาพสะท้อนของการทำธุรกิจสมัยใหม่ที่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจต้องมาคู่กับความก้าวหน้าทางปัญญาและนวัตกรรม เชอรีกำลังแสดงให้โลกเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นผืนผ้าใบที่เปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ความสำเร็จของโครงการนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นานาชาติหันมามองไทยในฐานะ Design Hub ของอาเซียนอย่างแท้จริง และส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมในส่วนของอุตสาหกรรมต่อเนื่องเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

#CheryThailand, #CheryV23, #StyleUpChallenge, #EVMarket, #ThaiDesigners, #MotorShow2026, #AutomotiveDesign, #BornTo Play, #EconomicNews, #Innovation, #SoftPowerThailand

Share