สมรภูมิยานยนต์พลังงานใหม่สะเทือนอีกระลอกเมื่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสัญชาติจีนจับมือพันธมิตรไทยเปิดหน้าชนตลาดลักชัวรี ปล่อยของครบทั้งขุมพลังแบตเตอรี่รุ่นสองและโครงสร้างชาร์จไวสุดขั้ว ปิดประตูความกังวลเดิมของผู้ใช้รถอีวีอย่างสิ้นเชิง
บีวายดีผนึกเรเว่เขย่าตลาดหรูเปิดตัว DENZA Z9GT ทางการ
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทยต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกคำรบ เมื่อ บริษัท บีวายดี จำกัด ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานสะอาดระดับโลก จับมือกับพันธมิตรคู่ใจ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ประกาศเปิดตัวยนตรกรรมไฟฟ้าสไตล์ Gran Turismo รุ่นล่าสุดอย่าง DENZA Z9GT Performance AWD เข้าสู่ประเทศไทย การเคลื่อนไหวทางธุรกิจครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำการขยายพอร์ตโฟลิโอยานยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีของแบรนด์ DENZA ต่อเนื่องจากโมเดลแรกอย่าง DENZA D9 เท่านั้น หากยังสะท้อนถึงการยกระดับการแข่งขันในตลาดอีวีพรีเมียมไทยขึ้นสู่มาตรฐานใหม่ทั้งในแง่เทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่
ในการเปิดตัวครั้งสำคัญนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายหลิว เสวียเลี่ยง รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการขายรถยนต์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี จำกัด, นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ โดยทั้งสามฝ่ายได้ร่วมกันสะท้อนทิศทางของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างค่ายผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลกและเครือข่ายธุรกิจยานยนต์ชั้นนำของไทย เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานใหม่และเสริมสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ระดับแมสไปจนถึงระดับไฮเอนด์
ความร่วมมือในการเปิดตัวโมเดลเรือธงดังกล่าวถูกกำหนดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเอาไว้ที่ 2,899,900 บาท สำหรับรุ่น DENZA Z9GT Performance AWD ซึ่งเปิดโอกาสให้จับจองตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ DENZA ทั่วประเทศ ถือเป็นการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ราคาที่ท้าทายยานยนต์ระดับพรีเมียมจากฝั่งยุโรปและคู่แข่งระดับโลกโดยตรง โดยผสานความคุ้มค่าด้านสเปกเข้ากับบริการหลังการขายที่เข้มแข็งของเรเว่ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่มองหานวัตกรรมแห่งอนาคตและเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดด้วยนวัตกรรมชาร์จไว BYD FLASH
หัวใจสำคัญที่สร้างเสียงฮือฮามากที่สุดในงานเปิดตัวครั้งนี้ คือการนำเสนอนวัตกรรมระบบชาร์จพลังงานความเร็วสูงระดับอุลตร้าฟาสต์ภายใต้ชื่อ BYD FLASH ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถชาร์จพลังงานแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และสามารถชาร์จทะลุไปถึงระดับ 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น เมื่อใช้งานผ่านเครือข่ายสถานีชาร์จ BYD FLASH ซึ่งมอบประสบการณ์ความสะดวกที่แทบไม่ต่างไปจากการเติมน้ำมันของเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม จึงนับเป็นการทลายกำแพงอุปสรรคเรื่องระยะเวลาการรอคอยที่เคยเป็นความกังวลสูงสุดของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน
ประสิทธิภาพการประจุไฟฟ้าที่เร็วเหนือระดับนี้ เกิดจากการทำงานร่วมกันของสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 1,000 โวลต์ (1,000V High-Voltage Architecture) กับนวัตกรรมแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่อย่าง BYD 2nd Generation Blade Battery ขนาดความจุใหญ่พิเศษถึง 122.5 kWh ซึ่งติดตั้งลงใน DENZA Z9GT เป็นรุ่นแรกในไทย แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ไม่เพียงรองรับการชาร์จกระแสไฟมหาศาลได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย แต่ยังสามารถผลักดันระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งได้สูงสุดถึง 701 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมทั้งรองรับระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอกหรือ VtoL ด้วยกำลังไฟสูงสุด 4 kW ตอบสนองไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทางด้าน นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงหมุดหมายสำคัญนี้ว่า “จุดเจ็บปวดของการใช้รถยนต์ไฟฟ้าคือการชาร์จพลังงาน แต่เทคโนโลยีที่นำเข้ามาครั้งนี้สามารถชาร์จจากสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ได้เร็วเทียบเท่ากับการเติมน้ำมัน ความกังวลเดิมที่เราเห็นตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจจะไม่มีอีกต่อไป” พร้อมเปิดเผยว่า บีวายดี ประเทศไทย และเรเว่ กำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ BYD FLASH ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งมีแผนนำแบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชันที่ 2 ไปประยุกต์ใช้ในยานยนต์รุ่นอื่นเพื่อรองรับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานนี้ในอนาคต
สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ขับเคลื่อนด้วยระบบ e3 และมอเตอร์ 3 ตัว
นอกเหนือจากเทคโนโลยีระบบชาร์จไว DENZA Z9GT ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความเร็วและสุนทรียะในการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์ ด้วยระบบขับเคลื่อนเทคโนโลยีอัจฉริยะ e3 ที่ทำงานร่วมกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ด้านหน้า 1 ตัว และมอเตอร์ด้านหลังแยกอิสระฝั่งซ้าย-ขวา 2 ตัว ขับเคลื่อนสี่ล้อทรงพลังที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 850 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 1,156 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 1,210 นิวตันเมตร สามารถส่งอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โครงสร้างทางวิศวกรรมของตัวรถได้รับการพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ผสานโครงสร้างตัวถัง CTB (Cell-to-Body) ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เสริมด้วยระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะที่สามารถเลี้ยวได้อย่างอิสระสูงสุดถึง 15 องศาเพื่อปรับมุมให้สัมพันธ์กับล้อหน้า และระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ VMC (Vehicle Motion Control) ส่งผลให้ตัวรถสามารถทำมุมเลี้ยวในวงแคบ การเคลื่อนที่แบบแนวทแยง (Crab Walk) ตลอดจนการหมุนกลับตัวในพื้นที่จำกัดได้อย่างน่าทึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบความปลอดภัยขั้นสูงยังสามารถควบคุมเสถียรภาพตัวรถให้สามารถลดความเร็วและหยุดได้อย่างปลอดภัยแม้ในกรณีฉุกเฉินที่ยางระเบิดขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การผสานกันของระบบขับขี่และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ e3 Parking ยังอำนวยความสะดวกด้วยฟังก์ชัน Automatic Parking Assist (APA) ที่ติดตั้งมาเป็นครั้งแรกของแบรนด์ DENZA โดยเซนเซอร์และเรดาร์รอบคันสามารถประมวลผลค้นหาช่องจอดและควบคุมการเข้าจอดซองหรือจอดเทียบข้างได้โดยอัตโนมัติเพียงกดปุ่มสั่งการ พร้อมรองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติขั้นสูงทั้งรูปแบบ Highway Navigation Autopilot และ City Navigation Autopilot ซึ่งเตรียมความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์ไว้รองรับการอัปเกรดผ่าน Over-the-Air สำหรับผู้บริโภคไทยได้อย่างไร้รอยต่อ

รูปลักษณ์ Gran Turismo และสุนทรียภาพแห่งความหรูหราระดับเวิลด์คลาส
ในแง่ของงานดีไซน์ DENZA Z9GT สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการนำเสนอตัวถังทรง Gran Turismo (GT) ระดับคลาสสิก ผสานสัดส่วนสปอร์ตปราดเปรียวและโอ่อ่าสง่างามตามอัตราส่วน Golden Ratio 3:1 ตกแต่งไฟหน้าคู่แบบ Dual LED อันเป็นเอกลักษณ์ ด้านท้ายเสริมไฟเบรกแรงบันดาลใจจากนาฬิกาทรายที่มองเห็นเด่นชัดในระยะไกล มาพร้อมประตูแบบกระจกไร้ขอบ (Frameless Doors), ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และสปอยเลอร์หลังระบบไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง สะท้อนความเป็นยนตรกรรมพรีเมียมผ่าน 5 ทางเลือกเฉดสี ได้แก่ เขียว Force Green, ทอง Champagne Gold, ขาว Horizon White, ดำ Quantum Black และเฉดสีพิเศษอย่างน้ำเงิน Zenith Blue
ห้องโดยสารภายในยกระดับสุนทรียภาพด้วยประตูระบบผ่อนแรงปิด Soft-Close และระบบความปลอดภัย Smart Door Safety Opening ที่ใช้เซนเซอร์รอบคันตรวจจับสิ่งกีดขวางหรือมอเตอร์ไซค์ก่อนการเปิดประตู บรรยากาศภายในตกแต่งอย่างประณีตด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแท้ผสานผ้า Microsuede และไม้วีเนียร์ธรรมชาติแท้ ปรับตำแหน่งด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่น ระบายอากาศ และฟังก์ชันนวดผ่อนคลายทุกที่นั่ง เสริมความสบายเหนือระดับด้วยระบบปรับอากาศแยกอิสระ 4 โซน, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย 50W ถึง 3 ตำแหน่ง รวมถึงฟังก์ชันตู้เย็นและกระจกแต่งหน้าภายในห้องโดยสารที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน
ศูนย์กลางความบันเทิงและเทคโนโลยีการสื่อสารได้รับการจัดวางอย่างเต็มพิกัด นำโดยหน้าจอแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาดใหญ่ 50 นิ้ว, หน้าจอมัลติมีเดียส่วนกลางขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 13.2 นิ้ว เชื่อมต่อความอัจฉริยะผ่านระบบ Google Built-in โดยตรงเข้ากับระบบตัวรถโดยไม่ต้องผ่านมือถือ ควบคู่กับระบบสั่งการด้วยเสียงแยกอิสระ 4 โซน พร้อมดื่มด่ำไปกับเวทีเสียงคุณภาพสูงระดับสตูดิโอจากแบรนด์เครื่องเสียงไฮเอนด์สัญชาติฝรั่งเศส Devialet ผ่านลำโพงรอบทิศทาง 20 ตำแหน่ง ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นห้องแสดงคอนเสิร์ตส่วนตัวอย่างแท้จริง
พันธกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและระบบนิเวศอีวีไทย
การเปิดตัวของ DENZA Z9GT ไม่ได้เป็นเพียงการนำเข้าสินค้าระดับพรีเมียมเพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตในภูมิภาค ซึ่งทางบีวายดีได้ใช้ฐานความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนาจากบุคลากร R&D มากกว่า 120,000 คนทั่วโลก ผสานเข้ากับการลงทุนตั้งฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่แบบครบวงจรในจังหวัดระยอง ซึ่งมีการจ้างงานบุคลากรในประเทศมากกว่า 5,000 อัตรา และกว่า 95% เป็นแรงงานฝีมือชาวไทย เพื่อรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกไปยังเวทีระดับสากล
ในประเด็นความมุ่งมั่นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม นายหลิว เสวียเลี่ยง รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการขายรถยนต์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี จำกัด ได้กล่าวสะท้อนมุมมองว่า “การเข้ามายังตลาดไทยไม่ได้เป็นเพียงการนำสินค้าที่ดีมาสู่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลกเข้ามาผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยได้รับความสนใจและการยอมรับจากเวทีสากลอีกครั้งหนึ่ง” ความสำเร็จจากยอดขายสะสมรถยนต์พลังงานใหม่ของบีวายดีที่ก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลก กำลังถูกถ่ายทอดมาสู่โครงข่ายการให้บริการในประเทศไทยซึ่งปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมเกือบ 70 จังหวัด และมีจุดบริการมากกว่า 170 แห่งทั่วประเทศ
การผนึกกำลังกันของ บีวายดี และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทรงพลัง ผ่านการนำเสนอยานยนต์ระดับเรือธงที่มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และความเร็วในการชาร์จที่ล้ำหน้าที่สุด ควบคู่ไปกับการเร่งกระจายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จความเร็วสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนแก่ผู้บริโภคและกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของระบบขนส่งไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
#DENZAZ9GT #BYDThailand #ReverAutomotive #BYDFLASH #BladeBattery #EVNews #รถยนต์ไฟฟ้า #เศรษฐกิจยานยนต์