OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit

OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit

OMODA & JAECOO ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความเชี่ยวชาญด้าน AI Mobility ด้วยการเปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะที่พร้อมเปลี่ยนโฉมทุกการเดินทาง ให้รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะแต่เป็นเพื่อนเดินทางที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

นิยามใหม่ของการเดินทางยุคดิจิทัลผ่านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญและได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาผสานเข้ากับยานยนต์ยุคใหม่จึง กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทาง OMODA & JAECOO ในฐานะผู้พัฒนาแบรนด์รถยนต์ส่วนบุคคลภายใต้ Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก ได้ประกาศก้าวสำคัญในการตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้าน AI Mobility อย่างเป็นทางการ ผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะภายใต้ชื่อSuper AI Cockpit ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เพื่อมุ่งสร้างนิยามใหม่ให้แก่การขับเคลื่อนอัจฉริยะและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การเปิดตัวSuper AI Cockpit อย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดขึ้นภายในงาน OMODA SUPER AI NIGHT ณ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากการจัดงาน TECH DAY 2026 ในประเทศไทยช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยงานครั้งนี้เน้นการชูเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ AI เป็นหัวใจหลักในการนำเสนอ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ OMODA ในการปฏิวัติประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่ รถยนต์จะไม่เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นคู่หูอัจฉริยะที่เปลี่ยนบทบาทจากการทำตามคำสั่งพื้นฐาน สู่การเข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างลึกซึ้งในทุกมิติของการดำเนินชีวิต

เบื้องหลังความสำเร็จของSuper AI Cockpit เกิดจากการผสานพลังงานระหว่างโมเดล AI ระดับแนวหน้า Seed LLM (Large Language Model) ของ ByteDance และเทคโนโลยีการประมวลผลอันชาญฉลาดจาก BytePlus โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร (Full-Stack) ที่ OMODA พัฒนาขึ้นเองนี้ กลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการอัปเกรดฟังก์ชันและการพัฒนาระบบในระยะยาว ช่วยให้ระบบสามารถเรียนรู้และ “รู้ใจ” ผู้ใช้งานมากขึ้นในทุกๆ วัน ตอบโจทย์ทั้งในด้านความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการตอบสนองเฉพาะบุคคล (Personalization) นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะในภูมิภาคอย่างแท้จริง

OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit
OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit

เจาะลึกความร่วมมือและยุทธศาสตร์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งอนาคต

ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง OMODA & JAECOO กับผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ByteDance และ BytePlus คือการนำเอาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Seed LLM มาประยุกต์ใช้ในระบบการทำงานของยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการร่วมมือกันพัฒนาระบบประมวลผลคำสั่งภาษาธรรมชาติและระบบวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ เพื่อเปลี่ยนโฉมจากระบบสั่งการด้วยเสียงแบบเดิมๆ ที่จำกัดอยู่แค่คำสั่งพื้นฐาน เช่น การเปิดกระจก หรือการปรับอุณหภูมิ ให้กลายเป็นระบบโต้ตอบอัจฉริยะที่สามารถสนทนาและเข้าใจบริบทที่ซับซ้อนของผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การผสานเทคโนโลยีจาก BytePlus ยังช่วยให้การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานเข้ากับตัวรถได้อย่างไร้รอยต่อ

ศักยภาพหลักของ Super AI Cockpit ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกมิติชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การเข้าสังคม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ โดยมีจุดเด่น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเข้าใจความต้องการได้แม่นยำยิ่งขึ้น การเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น การรับรู้อารมณ์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการก้าวทันทุกเทรนด์ได้เหนือกว่า ระบบจะทำการประมวลผลสภาพแวดล้อม อารมณ์ของผู้ขับขี่ ตลอดจนพฤติกรรมการใช้งานในอดีต เพื่อนำเสนอโซลูชันการเดินทางและกิจกรรมความบันเทิงที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา ช่วยลดความเครียดในการเดินทางและเพิ่มความปลอดภัยผ่านการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือที่ตรงจุด

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของแบรนด์ในการรุกตลาดยานยนต์อัจฉริยะ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้ Chery Automobile มีการเติบโตอย่างรวดเร็วใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยมีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 410,000 คน และการเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายฐานผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ การนำเสนอ Super AI Cockpit จึงไม่เพียงแต่เป็นการโชว์นวัตกรรม แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด

OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit
OMODA เปิดตัวระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit

ยกระดับศักยภาพ AI สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดยานยนต์ระดับภูมิภาค

ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กรของ OMODA & JAECOO เน้นการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานใหม่ทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น BEV, PHEV, HEV และนวัตกรรมพลังงานอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด เมื่อนำเอาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาผสานเข้ากับนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะSuper AI Cockpit ยิ่งเป็นการชูจุดเด่นด้านยานยนต์แห่งอนาคตที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่เป็นเลิศ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดรถยนต์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการแข่งขันสูง

การเลือกเปิดตัวนวัตกรรมที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาค ต่อเนื่องจากการจัดงานในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมและตระหนักถึงความสำคัญของตลาดอาเซียน การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Native) จะช่วยให้ OMODA & JAECOO สามารถสร้างฐานลูกค้าที่รอยัลตี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคไปสู่ยุคซอฟต์แวร์นำการพัฒนา (Software-Defined Vehicles)

ภาพรวมของการพัฒนานวัตกรรมSuper AI Cockpit ในครั้งนี้ จึงถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการนำเอาเทคโนโลยี AI ระดับสูงจาก ByteDance มาใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ OMODA & JAECOO พร้อมแล้วที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์อัจฉริยะสำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบ ecosystem ของห้องโดยสารให้มีความอัจฉริยะ ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

#OMODA #JAECOO #SuperAICockpit #SuperAINight #AIMobility #ByteDance #BytePlus #CheryAutomobile #อุตสาหกรรมยานยนต์ #ยานยนต์อัจฉริยะ

Share