BYD ผงาด มอเตอร์โชว์ 2026 กวาดยอดจองทะลุ 1.8 หมื่นคัน

BYD ผงาด มอเตอร์โชว์ 2026 กวาดยอดจองทะลุ 1.8 หมื่นคัน

เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้ประกาศความสำเร็จอันยิ่งใหญ่หลังจบงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ มอเตอร์โชว์ 2026 โดยสามารถสร้างยอดจองรวมได้สูงถึง 18,057 คัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ส่องความสำเร็จ เรเว่ กับยอดจองทุบสถิติในงานมอเตอร์โชว์ 2026

ความสำเร็จในครั้งนี้เริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ BYD และ DENZA โดยยอดจองสะสมรวมทั้งหมด 18,057 คันนั้น สามารถจำแนกออกมาเป็นยอดจองของแบรนด์ BYD จำนวน 17,354 คัน และแบรนด์ยนตรกรรมลักชัวรี่อย่าง DENZA อีกจำนวน 703 คัน ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ เรเว่ ออโตโมทีฟ ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างแท้จริง

บรรยากาศภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 นี้ เต็มไปด้วยความคึกคักอย่างน่าสนใจ โดยพื้นที่จัดแสดงของเรเว่มีผู้เข้าเยี่ยมชมอย่างแน่นขนัดตลอดระยะเวลาการจัดงาน การนำรถยนต์มาจัดแสดงรวมกันถึง 13 รุ่น จากทั้งสองแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสสัมผัสและทดลองใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งสำหรับกลุ่มธุรกิจเรเว่

ทางด้านผู้บริหารระดับสูงอย่าง นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 4 รุ่นที่เปิดตัวในงานนี้ ซึ่งยอดจองที่ถล่มทลายนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการนำเสนอยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต และทางเรเว่ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนารวมถึงการส่งมอบนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเคียงข้างผู้ขับขี่ชาวไทยในทุกการเดินทางอย่างยั่งยืน


เจาะลึกรุ่นยอดฮิต ATTO 3 และ DOLPHIN ยังครองใจมหาชน

เมื่อพิจารณารายละเอียดยอดจองรายรุ่นจะพบว่า BYD ATTO 3 ยังคงรักษาตำแหน่งโมเดลยอดนิยมสูงสุดด้วยยอดจองถึง 3,565 คัน ตามมาติดๆ ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขวัญใจคนเมืองอย่าง BYD DOLPHIN ที่กวาดยอดจองไปได้ 3,250 คัน ความนิยมที่ยังคงเหนียวแน่นของทั้งสองรุ่นนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในสมรรถนะและความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่เข้ามาทำตลาดเป็นรุ่นแรกๆ และมียอดส่งมอบสะสมในไทยมากกว่า 30,000 คันนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565

ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์และซีดานรุ่นอื่นๆ ของ BYD ก็มียอดจองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดย BYD SEALION 6 DM-i ซึ่งเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมียอดจองสูงถึง 2,406 คัน ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ อย่าง BYD SEALION 7 มียอดจอง 1,617 คัน และ BYD M6 มียอดจองที่ 764 คัน นอกจากนี้ยังมีรุ่นซีดานอย่าง BYD SEAL 5 DM-i ที่มียอดจอง 763 คัน และ BYD SEAL รุ่นยอดนิยมอีก 309 คัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของโมเดลที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้ใช้รถในปัจจุบัน

สำหรับแบรนด์ระดับหรูอย่าง DENZA ที่เรเว่ได้นำเข้ามาทำตลาดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยรถรุ่น DENZA D9 ที่มียอดจองในงานนี้จำนวน 703 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในกลุ่มลักชัวรี่ การตอบรับที่ดีของ DENZA D9 นี้เป็นการยืนยันว่าตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในระดับบนของประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง และผู้บริโภคพร้อมเปิดรับแบรนด์ใหม่ที่นำเสนอความหรูหราควบคู่ไปกับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด


ไฮไลต์ 4 รุ่นใหม่ป้ายแดง ตัวแปรสำคัญดันยอดขายพุ่ง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดจองของเรเว่ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย BYD ATTO 1, BYD ATTO 2, BYD SEAL 6 และ BYD SEALION 5 DM-i โดยเฉพาะ BYD ATTO 2 ที่ทำยอดจองได้สูงถึง 1,735 คัน และ BYD SEALION 5 DM-i ที่มียอดจอง 1,427 คัน แสดงให้เห็นว่าการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมขนาดและประเภทการใช้งานที่มากขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่เดินมาถูกทาง

นอกจากรุ่นยอดนิยมข้างต้นแล้ว BYD ATTO 1 น้องเล็กสุดในตระกูล ATTO ก็ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยยอดจอง 1,081 คัน ขณะที่ซีดานรุ่นใหม่อย่าง BYD SEAL 6 ก็สามารถเก็บยอดจองไปได้ 437 คัน การเปิดตัวรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดผู้เข้าชมงานให้เข้ามาที่บูธของเรเว่อย่างอุ่นหนาฝาคั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์น้ำมันมาสู่รถยนต์พลังงานใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ยอดจองที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคชาวไทยเริ่มตระหนักถึงวิกฤตพลังงานและความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรเว่จึงมุ่งนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายทั้งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อย่างระบบ DM-i Super PHEV เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับสังคมไทยต่อไปในอนาคต


วิสัยทัศน์แห่งอนาคตและการเติบโตที่ยั่งยืนของ เรเว่ ออโตโมทีฟ

หากมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ที่ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 จะเห็นได้ถึงก้าวย่างที่มั่นคงและการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการเริ่มต้นด้วย BYD ATTO 3 เพียงรุ่นเดียว สู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนมากที่สุดในปี 2566 จนกระทั่งปัจจุบันในปี 2569 ที่มีรถยนต์ให้เลือกสรรครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งแบรนด์ BYD และ DENZA รวมกันมากกว่าสิบรายการ

เป้าหมายสำคัญของเรเว่ไม่ใช่เพียงแค่การจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ให้มีความแข็งแกร่งในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน การขยายตัวของกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่างซีรีส์ DM-i ในปี 2567 และ 2568 เช่น BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทพยายามปรับตัวและนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้บริโภคในแต่ละช่วงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี

นอกจากเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ความเชื่อมั่นในงานบริการหลังการขายก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้เรเว่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันรถยนต์ BYD และ DENZA ทุกรุ่นพร้อมให้บริการผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานที่มีมากถึง 176 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย สิ่งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถว่าการเลือกซื้อรถยนต์จากเรเว่จะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกวาดยอดจองถล่มทลายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้


บทสรุปของความสำเร็จและการก้าวต่อไปของผู้นำตลาด EV ไทย

ยอดจองรวม 18,057 คันจากงานมอเตอร์โชว์ 2026 คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความสำเร็จของ เรเว่ ออโตโมทีฟ ในการบริหารจัดการแบรนด์ BYD และ DENZA ในไทย ความหลากหลายของรุ่นรถที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับลักชัวรี่ ประกอบกับการมีฐานเครือข่ายศูนย์บริการที่เข้มแข็ง 176 แห่ง ทำให้เรเว่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเต็มภาคภูมิ

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ยังคงสามารถไปสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ BYD และ DENZA ทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ นอกจากนี้ผู้ที่สนใจยังสามารถค้นหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมของรถยนต์แต่ละรุ่นได้ผ่านทางเว็บไซต์ reverautomotive.com หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวล่าสุดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการทั้ง BYD RÊVER Thailand และDENZA RÊVER Thailand เพื่อไม่ให้พลาดทุกนวัตกรรมและโปรโมชันพิเศษจากผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานใหม่

สุดท้ายนี้ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรเว่ของผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีการขับเคลื่อนใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในวงกว้าง เรเว่ ออโตโมทีฟ พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอยนตรกรรมและบริการที่ดีที่สุด และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับคนไทยทุกคนในฐานะผู้ให้บริการยานยนต์พลังงานใหม่ระดับแนวหน้าของประเทศ

#BYD #DENZA #REVERAutomotive #MotorShow2026 #EVThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #ยอดจองBYD #Denzad9 #BYDAtto3 #BYDSealion6 #NEV

Share