วอลโว่ เผยแผนรุก EV ปี 2026 ชูเป้าเติบโต 4% แจงชัด Recall EX30

วอลโว่ เผยแผนรุก EV ปี 2026 ชูเป้าเติบโต 4% แจงชัด Recall EX30

ในวงการยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเผชิญกับพายุความเปลี่ยนแปลง วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์สำคัญที่จะใช้ขับเคลื่อนแบรนด์ในช่วงปี 2026 นี้ โดยเริ่มต้นจากการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในปี 2025 ซึ่งทางผู้บริหารนิยามว่าเป็น “ปีที่เหนื่อยยาก” เนื่องจากสภาวะตลาดที่ตึงตัวและกำลังซื้อที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ วอลโว่ยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ถึง 20% แม้ตลาดพรีเมียมโดยรวมจะตกลงไปกว่า 11% ก็ตาม

สำหรับการก้าวเข้าสู่ปี 2026 วอลโว่ มองเห็นโอกาสการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และรถใช้แล้วที่ผ่านการรับรอง (Certified Used Car) อีก 5% การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเดตตัวเลขทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับประเด็นร้อนอย่างการประกาศรีคอลรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง EX30 เพื่อแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นการแสดงสปิริตด้านความปลอดภัยที่เป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์มาอย่างยาวนาน


เจาะลึกวิกฤตแบตเตอรี่ EX30 สปิริตความปลอดภัยที่แลกด้วยการรีคอล ประเด็นที่สื่อมวลชนและผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือกรณีการเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 จำนวน 1,668 คันในประเทศไทย เพื่อทำการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ไฮโวลเทจ ปัญหานี้สืบเนื่องมาจากการตรวจพบความเสี่ยงที่อาจเกิดความร้อนสะสมในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรถในบางล็อตการผลิตเท่านั้น โดยทางวอลโว่ระบุว่ามีโอกาสเกิดปัญหาเพียง 0.02% จากจำนวนที่จำหน่ายไปทั่วโลก แต่ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด บริษัทจึงตัดสินใจแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมาเพื่อความโปร่งใส

“คำแนะนำของผมคือ ขอให้รักษาระดับการชาร์จไว้ที่ 70% ตามหนังสือแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัย เพราะสิ่งนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงออกไปได้ทั้งหมด เรากำลังทำงานอย่างหนักที่สุดเพื่อทำการเปลี่ยนเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ให้กับลูกค้า” – คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย

ในระหว่างที่รอการผลิตโมดูลแบตเตอรี่ใหม่จากโรงงานซึ่งกำลังเร่งดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง วอลโว่ได้ให้คำแนะนำสำคัญแก่ลูกค้าคือการจำกัดระดับการชาร์จไฟไว้ที่ไม่เกิน 70% ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมยืนยันว่าการชาร์จในระดับนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องความร้อนสะสมได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้รถยังคงสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเยียวยาความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการต้องชาร์จไฟบ่อยครั้งขึ้น วอลโว่ได้มอบคูปองชาร์จไฟฟ้าสถานีชาร์จ PTT Plus มูลค่า 8,500 บาท ให้แก่ลูกค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับขั้นตอนการแก้ไขอย่างถาวรนั้น วอลโว่ จะดำเนินการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ (Module Level) ให้กับลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อแบตเตอรี่ล็อตใหม่เดินทางมาถึงประเทศไทย บริษัทจะรีบติดต่อลูกค้าเพื่อนำรถเข้ามารับบริการทันที โดยทีมวิศวกรได้มีการเตรียมแผนงานเพื่อรองรับการซ่อมบำรุงในครั้งนี้ให้รวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่ารถยนต์ EX30 ล็อตใหม่ที่กำลังวางจำหน่ายในโชว์รูมปัจจุบันไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ เนื่องจากมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตเรียบร้อยแล้ว


กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ปี 2026 เมื่อ ES90 คือดาวเด่นและแผนอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ วอลโว่เตรียมสานต่อความสำเร็จของ Volvo ES90 รถซีดานไฟฟ้าที่สร้างปรากฏการณ์ยอดจองเกินความคาดหมายตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ในปี 2026 นี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มรุ่นย่อย (Variant) ของ ES90 ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไป จากเดิมที่มีเพียงรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง สิ่งที่น่าสนใจคือการประกาศอัปเกรด “Core Compute” หรือสมาร์ทคอมพิวเตอร์หลักของรถ ES90 ให้เป็นรุ่นล่าสุด ซึ่งจะช่วยให้ระบบประมวลผลเร็วขึ้นอย่างมหาศาล และมาพร้อมซอฟต์แวร์จัดการแบตเตอรี่ใหม่ที่ช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งให้ไกลขึ้น

“ความสำเร็จของ ES90 นั้นสูงเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้พอสมควร เพราะได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางที่เราวางไว้ได้เป็นอย่างดี” – คริส เวลส์

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ES90 ไปก่อนหน้านี้ วอลโว่ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการเปิดโปรแกรมอัปเกรดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทันทีโดยเริ่มดำเนินการไปแล้วกว่า 30% ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา การอัปเกรดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้ระบบ Infotainment ภายในรถมีความเสถียรและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Automotive ก็จะได้รับการอัปเดต User Interface (UX) ใหม่ผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) เพื่อให้มีหน้าตาการใช้งานที่ทันสมัยเทียบเท่ากับรุ่นเรือธง

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่รอคอยรุ่น EX60 อาจจะต้องแสดงความเสียใจเนื่องจากวอลโว่ยืนยันว่ารุ่นดังกล่าวจะยังไม่เปิดตัวในประเทศไทยในปี 2026 นี้ แต่จะมีการปรับปรุงระบบขับเคลื่อน (Power Train) ในรุ่นที่มีอยู่เดิมทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ให้มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานและระยะทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลยุทธ์การรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ในระหว่างที่ตลาดกำลังรอรุ่นโมเดลเชนจ์ใหม่ ๆ ในอนาคต


วอลโว่

นวัตกรรมการบริการ Hub & Spoke และการรุกตลาด Certified Used Car วอลโว่ให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายบริการภายใต้แนวคิด “Hub & Spoke” เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดศูนย์บริการ 3S แห่งใหม่ที่จังหวัดพิษณุโลก และในปี 2026 นี้ จะมีการขยายสาขาพัฒนาการในกรุงเทพฯ จากศูนย์บริการอย่างเดียวให้กลายเป็นศูนย์ 4S เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน Volvo Certified Damage Repair (VCDR) นอกจากนี้ยังเตรียมจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในต่างจังหวัดเพื่อเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังที่ได้รับการรับรองจากวอลโว่เพิ่มเติม เช่นที่จังหวัดขอนแก่นที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว

อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่นคือบริการ “Mobile Service” ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า บริการนี้ช่วยให้วอลโว่สามารถเข้าไปหาลูกค้าได้ถึงที่บ้านหรือที่ทำงานเพื่อทำการเช็กระยะเบื้องต้นหรืออัปเกรดซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องให้ลูกค้านำรถมาที่ศูนย์บริการ กลยุทธ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสะดวกสบายที่ได้รับ ซึ่งวอลโว่มีแผนที่จะขยายขีดความสามารถของ Mobile Service ให้ครอบคลุมการบริการที่หลากหลายมากขึ้นในปีนี้

ในส่วนของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว “Volvo Selekt” หรือ Certified Used Car กลายเป็นกลไกสำคัญในการพยุงยอดขายของบริษัท โดยในปี 2025 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 14% วอลโว่มองว่าในสภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อรถใหม่มาเป็นการมองหารถใช้แล้วที่มีคุณภาพและมีการรับรองจากศูนย์ การที่วอลโว่เตรียมความพร้อมในด้านนี้ไว้ล่วงหน้าทำให้สามารถคว้าโอกาสในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทันที และในปี 2026 นี้ก็จะยังคงเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับรถใหม่


ความยั่งยืนที่จับต้องได้และทิศทางสู่โลกอนาคตของวอลโว่ วอลโว่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการปรับกลยุทธ์ให้ยืดหยุ่นตามความพร้อมของตลาด ปัจจุบันสัดส่วนการขายในไทยแบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) 82% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 18% ซึ่งรถ PHEV ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมสำหรับลูกค้าที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าเต็มตัว นอกจากนี้ วอลโว่ยังเตรียมเปิดตัว “Volvo Wallbox” แบรนด์ของตัวเองเป็นครั้งแรกในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อสร้าง Ecosystem ของการชาร์จไฟที่สมบูรณ์แบบและน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้า

ด้านแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) วอลโว่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการเครือข่ายดีลเลอร์ที่ต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์และลดการใช้พลาสติกในศูนย์บริการ แม้กระทั่งการจัดบูธในงานมอเตอร์โชว์ต่าง ๆ ก็เน้นการใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้หรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าของวอลโว่ที่กม. 23 ก็ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากโซลาร์รูฟเกือบทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนคือดีเอ็นเอที่ฝังอยู่ในทุกกระบวนการทำงาน

ท้ายที่สุด วอลโว่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวและมีนโยบายที่ชัดเจนขึ้นจากภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์พรีเมียมโดยรวม แม้ครึ่งปีแรกจะยังคงมีความท้าทายในเรื่องความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อ แต่ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟในไทยที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้วอลโว่ยังคงมั่นใจในทิศทางของรถยนต์ไฟฟ้า การก้าวผ่านบททดสอบเรื่องการรีคอลและการอัปเกรดเทคโนโลยีในครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าวอลโว่คือแบรนด์ที่พร้อมจะเคียงข้างผู้บริโภคด้วยความรับผิดชอบและความล้ำสมัยอย่างแท้จริง

#VolvoCarsThailand #VolvoEX30Recall #VolvoES90 #ElectricVehicles #EVMarketThailand #Sustainability #TheEVcar #EconomicNews

Share