บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยการเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ซึ่งถือเป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่ถือกำเนิดภายใต้เจเนอเรชัน “Neue Klasse” การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศศักดาในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่รวบรวมทั้งนวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเอาไว้ในหนึ่งเดียว โดยมาในรูปลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SAV (Sports Activity Vehicle) ที่แฟนชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี
คริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของโปรเจกต์นี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โดยระบุว่า Neue Klasse คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่ผสมผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา เทคโนโลยีแบตเตอรี่และนวัตกรรมดิจิทัลล่าสุดที่บรรจุอยู่ใน iX3 ใหม่นี้ จะทำหน้าที่เป็นประตูบานแรกที่พาผู้ขับขี่ชาวไทยก้าวเข้าสู่ประสบการณ์การเดินทางในรูปแบบที่ไม่เคยสัมผัสจากรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ใดมาก่อน
สำหรับชื่อ “Neue Klasse” นั้นมีรากฐานที่ลึกซึ้งมาจากประวัติศาสตร์ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2505 ซึ่งเคยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้กลายเป็นรถยนต์ระดับโลกมาแล้ว ในครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้ทุ่มเงินลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเพื่อพัฒนายานยนต์เจเนอเรชันนี้ โดยครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การออกแบบ ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้ iX3 50 xDrive M Sport เป็นหัวหอกในการปูทางไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในยุคแห่งพลังงานสะอาด
ดีไซน์ที่สืบทอดจิตวิญญาณแห่งอดีตสู่ความล้ำสมัยในยุคดิจิทัล
รูปลักษณ์ภายนอกของ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sportใหม่ ได้รับการปรับโฉมใหม่หมดจดเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ Neue Klasse อย่างชัดเจน จุดเด่นที่สุดคือกระจังหน้าทรงไตคู่แบบแนวตั้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถรุ่นดั้งเดิมในทศวรรษ 1960 แต่ถูกตีความใหม่ด้วยเทคโนโลยี BMW Iconic Glow ที่ส่องสว่างเน้นกรอบกระจังหน้าให้ดูโดดเด่นสะดุดตาแทนการใช้โครเมียมแบบเดิม นอกจากนี้ยังมีระบบไฟส่องสว่างที่มือจับประตูทั้ง 4 บาน และฝาปิดช่องชาร์จไฟอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับระบบ AI เพื่อวิเคราะห์ความตั้งใจของผู้ขับขี่ในการจอดชาร์จแบตเตอรี่ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติ
เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นถึงความแข็งแกร่งและสง่างามผ่านพื้นผิวตัวถังขนาดใหญ่ที่ตัดด้วยเส้นสายอันเฉียบคม สร้างมิติและเหลี่ยมมุมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซุ้มล้อทรงเหลี่ยมช่วยขับเน้นบุคลิกของรถ SAV ให้ดูทรงพลัง ยิ่งเมื่อจับคู่กับล้อ BMW Individual aerodynamic ขนาด 22 นิ้ว ยิ่งทำให้รถดูสปอร์ตและล้ำสมัยยิ่งขึ้น ส่วนด้านท้ายรถได้รับการออกแบบให้มีไฟท้ายทอดยาวในแนวนอนเข้าสู่กึ่งกลาง ช่วยให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวและมีความกว้างขวางมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง

ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางด้วยนวัตกรรม BMW Panoramic iDrive รุ่นล่าสุด ระบบนี้จะทำหน้าที่ฉายข้อมูลสำคัญลงบนกระจกหน้าแบบเต็มความกว้าง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นข้อมูลได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน พร้อมเสริมความล้ำสมัยด้วยจอแสดงผล BMW 3D Head-Up Display ที่แสดงภาพเส้นทางแบบสามมิติเหนือสายตาผู้ขับ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงผลกลางที่ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมวิดเจ็ต QuickSelect ที่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านเมนูซับซ้อน
ขุมพลัง eDrive เจเนอเรชันที่ 6 และ “Superbrain” อัจฉริยะ
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อ Neue Klasse โดยเฉพาะ หัวใจหลักคือการใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงแบบเซลล์ทรงกระบอกและการชาร์จไฟระดับ 800 โวลต์ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้มากขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ส่งพละกำลังสูงสุดถึง 345 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 645 นิวตันเมตร ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความโดดเด่นของเทคโนโลยีใหม่นี้ยังช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดถึง 805 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียวตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน แบตเตอรี่ขนาดความจุ 113.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ยังรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC ที่กำลังไฟสูงสุด 400 กิโลวัตต์ โดยสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372 กิโลเมตรจากการชาร์จเพียง 10 นาที และสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น ช่วยลดความกังวลเรื่องเวลาในการเดินทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เบื้องหลังสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมคือระบบคอมพิวเตอร์ระดับ “Superbrain” สองตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตัวแรกคือ “Heart of Joy” ที่ดูแลระบบส่งกำลังและการควบคุมตัวรถทั้งหมด ซึ่งประมวลผลเร็วกว่าชุดควบคุมทั่วไปถึง 10 เท่า ทำให้การตอบสนองต่อคันเร่งและเบรกมีความแม่นยำสูง ส่วนคอมพิวเตอร์อีกตัวจะทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันอัตโนมัติสำหรับการขับขี่และจอดรถด้วยพลังประมวลผลที่เหนือกว่าเดิมถึง 20 เท่า พร้อมเทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive ที่ช่วยผสานการควบคุมของมนุษย์เข้ากับ AI ได้อย่างแนบเนียนและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ความคุ้มค่าในราคาพรีเมียมพร้อมพันธกิจเพื่อความยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดราคาจำหน่ายของ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sportใหม่ ไว้ที่ 3,599,000 บาท โดยราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard เรียบร้อยแล้ว ตัวรถยังมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารอย่างเบาะนั่งมัลติฟังก์ชันปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมระบบนวด 7 รูปแบบ และหลังคากระจกพาโนรามาที่กันความร้อนได้ดี นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงสังเคราะห์ BMW HypersonX ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อสร้างบรรยากาศความเร้าใจในการเดินทางให้แตกต่างจากเดิม
นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้ว iX3 ใหม่ยังชูจุดเด่นเรื่องความยั่งยืนด้วยการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงถึง 34% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า บีเอ็มดับเบิลยูมีการเลือกใช้วัตถุดิบทดแทนมาเป็นส่วนประกอบถึงหนึ่งในสามของทั้งหมด และมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการขนส่งเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนลง 35% ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
สำหรับผู้ที่สนใจ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sportใหม่ มีสีตัวถังให้เลือกถึง 6 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Ocean Wave Blue Metallic, สีเทา Brooklyn Grey Metallic, สีเทา Polarised Grey Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีขาว Alpine White Solid และสีเงิน Space Silver Metallic โดยแต่ละสีจะมาพร้อมกับการตกแต่งภายในที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว รถยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นเพียงยานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยที่พร้อมจะพลิกโฉมโลกแห่งการขับขี่ไปตลอดกาล
#BMW #iX3 #NeueKlasse #BMWTH #ElectricVehicle #TheNewEra #SAV #EVCar #BMWGroupThailand
