CHANGAN เปิดตัว NEVO มั่นใจก้าวสู่ Top 3 แบรนด์จีนที่มาแรงที่สุด

CHANGAN เปิดตัว NEVO มั่นใจก้าวสู่ Top 3 แบรนด์จีนที่มาแรงที่สุด

สมรภูมิตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยกำลังทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่าง CHANGAN Automobile ได้ประกาศศักดาครั้งสำคัญในงาน ‘CHANGAN Thailand 2026 Press Conference and New Brand Launch’ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่สะท้อนถึงความสำเร็จและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยหัวใจสำคัญของงานนี้คือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด ‘CHANGAN NEVO’ อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Smart Mobility Home” ที่มุ่งเน้นการปฏิวัติประสบการณ์การเดินทางสำหรับครอบครัวยุคใหม่ในไทย พร้อมทั้งการประกาศเป้าหมายทางธุรกิจที่ท้าทายด้วยการก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนระดับ Top 3 ในใจผู้บริโภคชาวไทยให้สำเร็จภายในปี 2026 นี้

การรุกตลาดในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่เป็นการประกาศยุทธศาสตร์ “Double Strategy” ที่ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือประมาณ 30,000 คันภายในปีเดียว ควบคู่ไปกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการขายและบริการอย่างครอบคลุมเพื่อให้สอดรับกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค นอกจากนี้ การเปิดตัวแบรนด์ NEVO ยังเป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่เน้นความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายสำหรับกลุ่มแมส ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ CHANGAN เปลี่ยนสถานะจากผู้เข้าสู่ตลาดหน้าใหม่ กลายเป็นผู้นำตลาดที่ทรงอิทธิพลอย่างเต็มตัวในระยะเวลาอันสั้น

ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค CHANGAN ยังได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับโลกผ่านตัวเลขการผลิตสะสมที่ทะลุ 30 ล้านคันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นสถิติที่เร็วที่สุดสำหรับแบรนด์รถยนต์จีน ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในประเทศจีน แต่ยังขยายฐานรากมายังประเทศไทยผ่านกลยุทธ์ “VAST OCEAN Plan” ที่มุ่งเน้นการสร้างฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในระยองเพื่อส่งออกไปทั่วโลก ดังนั้น การประกาศทิศทางธุรกิจในปี 2026 จึงเป็นภาพสะท้อนของความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้ และการเตรียมพร้อมที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกระดับสากลอย่างแท้จริง


วิสัยทัศน์ระดับโลกสู่รากฐานที่มั่นคงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

เส้นทางการเติบโตของ CHANGAN Automobile บนเวทีโลกนั้นมีความโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะการฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคัน ซึ่งส่งผลให้แบรนด์ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบ Top 10 ผู้ผลิตรถยนต์ของโลกอย่างเป็นทางการ สถิติดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตและเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรวมถึงผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่บริษัทได้วางกลยุทธ์เพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจไปสู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลกในอนาคต

CHANGAN NEVO

ความเชื่อมั่นนี้ถูกตอกย้ำด้วยการเปิดโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ในจังหวัดระยองเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่แห่งแรกของบริษัทนอกประเทศจีน โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตสำหรับตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งออกรถยนต์ล็อตแรกไปยังทวีปยุโรปได้สำเร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ความสำเร็จในการดำเนินงานตามแนวคิด “Made in Thailand, Sold Globally” นี้ ได้ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลก และส่งผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมผ่านการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศไทยในปี 2025 ที่ผ่านมา CHANGAN สามารถสร้างสถิติยอดขายรวมได้ถึง 14,065 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 80.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ส่งผลให้แบรนด์ขึ้นมาครองอันดับ 4 ของแบรนด์รถยนต์จีนในประเทศไทยหลังจากเข้ามาดำเนินธุรกิจเพียง 2 ปีเท่านั้น ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภคและการตั้งราคาที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการปูพรมแดงไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าในปี 2026 ซึ่งทางบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว


กลยุทธ์ Dual-Brand Synergy: เมื่อ DEEPAL และ NEVO ผนึกกำลังครองตลาด

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2026 คือการใช้กลยุทธ์ “Dual-Brand Synergy” ซึ่งเป็นการสร้างพลังร่วมระหว่างสองแบรนด์หลักคือ DEEPAL และแบรนด์น้องใหม่อย่าง NEVO โดยบริษัทให้คำมั่นว่าการดำเนินธุรกิจของทั้งสองแบรนด์จะไม่เป็นการแข่งขันกันเอง แต่จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในแต่ละเซกเมนต์ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค การแบ่งบทบาทที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้ CHANGAN สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายได้มากขึ้น ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ที่มองหาความคุ้มค่าและความปลอดภัย

แบรนด์ DEEPAL จะยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความล้ำสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเน้นการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมือง ในขณะที่แบรนด์ NEVO ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่จะถูกวางตำแหน่งให้เป็น “The Smart Mobility Home” สำหรับกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่าเป็นหลัก การสื่อสารแบรนด์ NEVO จะเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่อบอุ่นและเข้าถึงง่ายในตลาดแมส ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านการวางโครงสร้างราคา ทั้งสองแบรนด์จะครอบคลุมช่วงราคาตั้งแต่ 400,000 ไปจนถึง 1,400,000 บาท ซึ่งถือเป็นช่วงราคาที่มีปริมาณความต้องการซื้อสูงที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย การจัดพอร์ตผลิตภัณฑ์เช่นนี้ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายตามงบประมาณและความต้องการใช้งาน โดยมีรถรุ่นสำคัญอย่าง Lumin ที่ทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้า และ DEEPAL S05 ที่เป็นตัวชูโรงในกลุ่ม SUV นอกจากนี้ยังมี DEEPAL New S07 ที่ยกระดับความพรีเมียม และ Nevo Q05 ที่จะเป็นตัวเร่งเครื่องการเติบโตที่สำคัญในปี 2026 นี้


พอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

CHANGAN มุ่งสร้าง “Sustainable Product Matrix” หรือพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการโฟกัสไปที่ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม การมีผลิตภัณฑ์อย่าง Lumin ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่ทันสมัย จะช่วยดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่และครอบครัวที่มองหารถคันที่สองสำหรับการเดินทางในเมือง ในขณะที่ตระกูล DEEPAL จะเน้นการรักษาความเป็นผู้นำในตลาด SUV พลังงานใหม่ ทั้งในระดับแมสและระดับกลางถึงบน การวางกลยุทธ์เช่นนี้ทำให้บริษัทสามารถรักษาความต่อเนื่องในการจำหน่ายและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากการเปิดตัวรุ่นใหม่แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life-cycle) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเพิ่มความถี่ในการอัปเดตระบบซอฟต์แวร์ผ่านเทคโนโลยี OTA (Over-the-Air) เพื่อให้รถยนต์ทุกลูกค้ายังคงมีความสดใหม่และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับรถรุ่นล่าสุดอยู่เสมอ การพัฒนาซอฟต์แวร์และนวัตกรรมอัจฉริยะอย่างต่อเนื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนงานในอนาคต CHANGAN ยังมีเป้าหมายที่จะรักษาความต่อเนื่องของการพัฒนาด้วยการเตรียมเปิดตัวรถยนต์ SUV รุ่นใหม่อีก 2 รุ่นในปี 2027 การประกาศแผนล่วงหน้าเช่นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาวและการวางแผนการผลิตที่สอดรับกับความต้องการของตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่ตัวรถ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโซลูชันการเดินทางที่อัจฉริยะขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ชาวไทยทุกคน


ยกระดับงานบริการหลังการขายและการขยายเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เป้าหมาย Top 3 กลายเป็นจริงคือการสร้างระบบบริการ (Service System) ที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ CHANGAN ได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ โดยกำหนดให้อัตราการซ่อมสำเร็จในครั้งแรกและความพร้อมของอะไหล่ต้องสูงกว่า 93% เพื่อลดระยะเวลาที่ลูกค้าต้องรอและสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์จะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ การมุ่งเน้นไปที่คุณภาพงานซ่อมบำรุงนี้เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจที่สุดคือการจัดตั้งศูนย์เทคนิคด้าน “Battery, E-drive และ E-control” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย การมีศูนย์เทคนิคเฉพาะทางนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพในการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทักษะของช่างเทคนิคในประเทศไทยให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีขั้นสูง สิ่งนี้จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว และสร้างความมั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจเลือกซื้อไปจนถึงการดูแลรักษาตลอดอายุการใช้งาน

ในด้านช่องทางการจำหน่าย CHANGAN วางแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเป็น 100 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2026 โดยจะเน้นการเข้าถึงพื้นที่หลักในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (BMR) อย่างเข้มข้น พร้อมกับการยกระดับภาพลักษณ์โชว์รูมสู่มาตรฐาน CHANGAN 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับสุขภาพทางธุรกิจของดีลเลอร์ โดยมีการปรับปรุงนโยบายสนับสนุนเพื่อร่วมบริหารความเสี่ยงและผลกำไร เพื่อให้เครือข่ายพันธมิตรสามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


การสร้างความยั่งยืนผ่านคอมมูนิตี้และความรับผิดชอบต่อสังคม

CHANGAN เชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และผู้ใช้งาน จึงได้เดินหน้าพัฒนาแบรนด์ผู้ใช้ภายใต้ชื่อ “withU” คอมมูนิตี้นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ซื้อ-ผู้ขาย” ให้กลายเป็นพันธมิตรที่มีความผูกพันกัน โดยการเปลี่ยน “เจ้าของรถ” ให้กลายเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” ที่พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจริงให้กับคนรอบข้าง การสร้าง Ecosystem ในลักษณะนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนผ่านเสียงบอกต่อของผู้ใช้จริง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการโฆษณาในรูปแบบเดิม

นอกเหนือจากการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าแล้ว CHANGAN ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตามรายงาน ESG ประจำปี 2024 ซึ่งเป็นรายงานฉบับที่ 17 ของบริษัท ความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนนี้เห็นได้จากโครงการต่างๆ เช่น การบรรเทาภัยพิบัติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในระดับสากล ส่งผลให้แบรนด์ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 100 อันดับแรกของบริษัทจดทะเบียนด้าน ESG ในประเทศจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า CHANGAN ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไร แต่ยังให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม

สุดท้ายนี้ การดำเนินธุรกิจของ CHANGAN ในประเทศไทยภายใต้แนวคิด “เพื่อประเทศไทย” จะยังคงยึดมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทมีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ขยายธุรกิจอย่างไร้เหตุผล และจะไม่ร่วมแข่งขันในสงครามราคาที่อาจส่งผลเสียต่อมูลค่าแบรนด์และความมั่นใจของผู้ใช้ในระยะยาว แต่จะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่แท้จริงผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและบริการที่เป็นเลิศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกย่างก้าวของ CHANGAN ในปี 2026 จะเป็นการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวไทยอย่างแท้จริง

#ChanganThailand, #CHANGANNEVO, #รถยนต์ไฟฟ้า, #EVThailand, #SmartMobility, #EconomyNews, #Deepal

Share