สถาบันยานยนต์ ผนึก เกาหลี วิจัยพัฒนายานยนต์ และแบตเตอรี่อีวี

สถาบันยานยนต์ ผนึก เกาหลี วิจัยพัฒนายานยนต์ และแบตเตอรี่อีวี

สถาบันยานยนต์ รุกจับมือสถาบันวิจัย Korea Conformity Laboratories (KCL) จากเกาหลีใต้ เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ พร้อมเร่งพัฒนาการจัดอบรมพัฒนาองค์ความรู้ สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และแบตเตอรี่ไฟฟ้าให้ทัดเทียมนานาประเทศ

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา สถาบันยานยนต์จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านการทดสอบ วิจัยพัฒนายานยนต์ และแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมกับ Korea Conformity Laboratories (KCL) ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านระบบ Video Conference ทางไกล เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ณ สถาบันยานยนต์ สำนักงานกล้วยน้ำไท

โดยมี นาย KAPSEOK YOON President of Korea Conformity Laboratories (KCL)​ ร่วมลงนามความร่วมมือดังกล่าว ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการทดสอบ วิจัยพัฒนายานยนต์ และแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานในศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า

และการดำเนินโครงการการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ร่วมกันระหว่างประเทศในด้านยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ฯลฯส่งเสริมห้องปฏิบัติการทดสอบในด้านแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในเป็นที่ยอมรับ รวมถึงความร่วมมือด้านอื่นๆ ในอนาคต

ทั้งนี้ KCL เป็นหน่วยงาน Technical Service ของประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งในปี 2010 มีภารกิจให้บริการทดสอบ รับรองผลิตภัณฑ์ และการวิจัยพัฒนา ในสาขาต่าง ๆ เช่น ด้านวัสดุก่อสร้างผลิตภัณฑ์งานโยธา ด้านวัสดุอุปกรณ์การแพทย์ ด้านโลจิสติกส์และสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และส่งเสริมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมของประเทศ ปัจจุบัน KCL มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และมีสาขาทั่วประเทศอีก 31 สาขา

“แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ยังไม่มีบทสรุปในการป้องกันและการรักษา แต่ก็มิได้ทำให้สถาบันยานยนต์หยุดเดินหน้าพัฒนาภารกิจในการสร้างเสริมศักยภาพศูนย์ทดสอบยานยนต์และศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการเป็น สถาบันแห่งการเรียนรู้และพัฒนาด้าน Mobility ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตสู่สังคม ต่อไปในอนาคต”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *